วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ไอโอดีน กับ สุขภาพของเด็กไทย


นับตั้งแต่เมื่อสภาการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติ (International Council for Control of Iodine Deficiency Disorders หรือ ICCIDD) ได้ทูลเกล้าถวายเหรียญทอง ICCIDD แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ แต่ทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุใด การขาดสารไอโอดีนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ จนถึงขนาดที่จะต้องมีสภาการควบคุมในระดับนานาชาติ และในประเทศไทยต้องมีวันไอโอดีนแห่งชาติกันเลยทีเดียว?

ยังจำกันได้ไหม เมื่อหลายปีก่อน มีการพาดหัวข่าวเรื่องผลสำรวจที่พบว่าเด็กไทยมีไอคิวที่ลดต่ำลงจนเกือบต่ำกว่าระดับมาตรฐานสากล ซึ่งแม้ว่าสาเหตุอาจมาได้จากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในนั้นก็อาจมาจากโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความทุพพลภาพทางสติปัญญาของโลก ซึ่งมีงานศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าการขาดสารไอโอดีนในเด็ก ส่งผลกระทบต่อระดับการพัฒนาของสติปัญญาได้

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โลกออนไลน์: คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่คุณโพสต์


ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

เวลาได้เห็นคนเข้ามาดูข้อความ ภาพถ่าย หรือวิดีโอ บนโซเชียลมีเดีย ได้เห็นว่ามียอดวิวสูงๆ มีคนแชร์ มีคนกดไลค์กันเยอะๆ มันทำให้หลายๆ คนพึงพอใจ และด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์พื้นฐาน พฤติกรรมการโพสต์ข้อความ โพสต์ภาพ โพสต์วิดีโอ จึงเกิดขึ้นซ้ำๆ อีก ด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นยอดวิวเยอะๆ ได้เห็นว่ามีคนกดไลค์ กดแชร์กันมากๆ

แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่าบนโลกออนไลน์ แม้ว่าจะมีโอกาสรอเราอยู่มาก ทว่า เหรียญมีสองด้านฉันใด โลกออนไลน์ก็มีสองด้านฉันนั้น ด้านหนึ่งเปี่ยมไปด้วยโอกาส ทั้งในการแสดงความสามารถ เราได้เห็นหลายคนสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ จากการแสดงความรู้ ความสามารถบนโลกออนไลน์ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีภัยคุกคามต่างๆ อาทิ การล่วงละเมิด การล่อลวง การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์

สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ บ่อยครั้งที่ผมได้เห็นตามข่าว ความเห็นบนโซเชียลมีเดีย เวลาที่มีดราม่าบางเรื่อง หลายคนยังมีความเชื่อว่าโซเชียลมีเดีย เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถจะโพสต์อะไรก็ได้ที่อยากจะโพสต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขาดความตระหนักว่าพื้นที่ดังกล่าว หากไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม ก็จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างเต็มปาก

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ขอขอบคุณผู้บริจาคที่ช่วยเหลือเด็กและครอบครัวชาวเนปาลที่,

เมื่อวันที่ 25 เมษายน และ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สองครั้งในประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 22,300 คน นอกจากนี้อาฟเตอร์ช็อกที่ตามมาและเหตุการณ์ดินถล่มก็ทำให้ผู้คนตกอยู่ในความหวาดกลัว บ้านเรือนกว่า 890,000 หลังถูกทำลาย ห้องเรียนกว่า 32,000 แห่งถูกทำลายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ เด็ก ๆ กว่า 1 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้บริจาคทุกท่าน ทำให้ยูนิเซฟประเทศไทยสามารถระดมเงินบริจาคได้ถึง 76.8 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในด้านต่าง ๆ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล อินโฟกราฟิกต่อไปนี้ จะแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของผู้บริจาคทุกท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยนับแสน ๆ ครอบครัวในประเทศเนปาลให้เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้หลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้อย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

การศึกษาเพื่อสร้างอนาคต

ประเทศเนปาล ยูนิเซฟช่วยฟื้นฟูการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

โดย มัลลิกา อารยาล (Mallika Aryal)

เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล - ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้า ที่หมู่บ้านขนาดเล็กชื่อ Kavresthali ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเกือบ 10 กิโลเมตร รันจิตา ภัณฑรี อายุ 16 ปี ตื่นขึ้นได้ชั่วโมงเศษแล้ว เธออยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อสีกรมท่า ผ้าผูกคอลายแถบ กระโปรงจีบสีกรมท่า ถุงเท้ายาวสีดำ และรองเท้าสีดำที่ขัดไว้อย่างดี ผมยาวของของเธอถูกมัดไว้เรียบร้อยไม่ให้บังใบหน้า รันจิตายืนกระสับกระส่ายอยู่นอกบ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมขนาดเล็กทำด้วยแผ่นสังกะสีกับผ้าใบ

รันจิตากำลังจะเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC) เป็นการสอบระดับประเทศซึ่งนักเรียนเกรดสิบต้องสอบผ่าน ก่อนเข้าเรียนต่ออีกสองปีในระดับมัธยมปลาย สำหรับปีนี้ มีเด็กกว่า 600,000 คนทั่วประเทศเนปาลที่เข้าร่วมการสอบดังกล่าว ซึ่งมักถูกกล่าวขานว่าเป็น "ด่านเหล็ก"

"การสอบครั้งนี้จะเปิดโอกาสมากมายให้กับหนู" รันจิตาอธิบาย "เป็นประกาศนียบัตรที่พวกเขาจะขอดูจากหนูก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายและวิทยาลัย รวมถึงการสมัครงาน หรือหากหนูต้องการไปต่างประเทศเพื่อทำงานหรือเรียนต่อ"

แม่กำลังกอด รันจิตา พานดารี (Ranjita Bhandari) อายุ 16 ปี นอกเพิงพักชั่วคราวของครอบครัว ก่อนที่รันจิตาจะไปเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC)
Kiran Panday ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ 

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

ยืนด้วยขาตนเองอีกครั้งโดย Akriti กำลังได้กลับไปเข้าเรียน

เรื่องราวชีวิตใหม่ของเด็กหญิงที่เคยอยู่ในภาวะขาดสารอาหารจนเกือบเสียชีวิต

โดย Naresh Newar

ลลิตปูร์, เนปาล – ยูนิเซฟเข้ามาในชีวิตของเด็กหญิง Akriti Banskota วัยสี่ขวบได้เป็นเวลาเก้าเดือนแล้ว เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างว่าโภชนาการชุมชนสามารถสร้างความแตกต่างในการลดภาวะขาดสารอาหารรุนแรงในประเทศได้อย่างไร

Akriti Banksota วัย 4 ขวบ กับเพื่อนๆ ในศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัย (ECD) ในหมู่บ้านชาปาคาวัน เมืองลลิตปูร์
รูปถ่ายโดย Narendra Shrestha สำหรับยูนิเซฟ

Akriti ได้รับการตรวจพบว่ามีอาการขาดสารอาหารรุนแรงเรื้อรังจากโครงการด้านภาวะโภชนาการฉุกเฉินที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ ซึ่งเริ่มขึ้นในชุมชนที่เด็กหญิงอาศัยอยู่หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นเวลา 2 เดือน

“มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่เห็นน้องเค้าหัวเราะ พูดคุย และวิ่งไปรอบ ๆ” Kriti KC นักโภชนาการอาชีพสาวซึ่งทำงานกับศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาสังคม (SDPC) ภาคียูนิเซฟ กล่าว เธอหวนนึกถึงตอนแรกที่ได้เจอกับ Akriti ว่าเป็นเด็กที่เงียบมาก

10 ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน

แปลและเรียบเรียงโดย คงเดช กี่สุขพันธ์, ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย


เนื่องในวันที่ 24-30 เมษายนนี้ เป็นสัปดาห์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโลก หรือ World Immunization Week ยูนิเซฟประเทศไทยเลยถือโอกาสเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสักหน่อยนะครับ

ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังมีคนเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่าความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟช่วยบำบัดภาวะบอบช้ำทางจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

โดย Mallika Aryal

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กำลังทำงานในครัวของเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
Prakash Mathema ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ

เขต Nuwakot ประเทศเนปาล - ตอนสายของวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่หมู่บ้าน Charghare ในเขต Nuwakot ทางตะวันออกของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นางกมลา ราย เพิ่งตื่นจากการงีบหลับไปพร้อมกับลูกชายแรกเกิดซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของเธอ กมลาปล่อยให้ทารกที่ยังหลับสนิทนอนอยู่ในบ้านและออกไปเรียกลูกสาวสามคนให้มาช่วยกันซักผ้า ซึ่งเป็นภารกิจปกติทุกวันเสาร์ของครอบครัว ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่เธอคิดถึงคือทารกน้อยซึ่งกำลังหลับอยู่ในบ้าน และกรีดร้องพลางวิ่งเข้าไปหาลูก

"หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ" กมลาเล่าในบ่ายวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะนั่งอยู่ในเพิงพักชั่วคราว

เพิงพักของกมลามุงด้วยสังกะสีและใช้ผ้าใบแทนฝาบ้าน ภายในเพิงมืดมากขณะที่เธอหั่นผักสำหรับมื้อค่ำ ส่วนพื้นของเพิงก็เย็นเฉียบ

"ตอนที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของดิฉันได้จากไปแล้ว" เธอพูดทั้งน้ำตา "แผ่นดินไหวพรากลูกของดิฉันไป"

หลังเหตุแผ่นดินไหว กมลาต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

"ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลย หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป" เธอบอก

การได้กลับบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

เติบโตขึ้นที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แม่วัยสาวต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวที่เกิดในวันที่เกิดภัยพิบัติ

โดย Avinashi Paudel

อมิตา กูรุง อุ้มลูกสาววัย 11 เดือน อาภิตา ในหมู่บ้าน Chomar, Photo by Chandra Shekhar Karki for UNICEF.

กอร์ขา เนปาล - “ฉันรักลูกสาวฉันมากที่สุดในโลก” อมิตา กูรุงกล่าว ขณะอุ้มทารกน้อยอาภิตาแน่น “แต่เมื่อฉันคิดถึงวันที่เค้าเกิด ฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้”

วันนั้นเป็นวันที่แผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นที่ตอนกลางของเนปาลในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยหมู่บ้านของ อมิตาตั้งอยู่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

มันเป็นช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่น่าเบื่อวันหนึ่ง อมิตาตั้งท้องได้เก้าเดือนกำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงรัวเร็วและเสียงน้องสาวตะโกน “แผ่นดินไหว แผ่นดินไหว” อมิตาพาท้องแก่ออกมาจากบ้านที่กำลังพังทลายขณะที่ทุกสิ่งสั่นไหวเป็นเสมือนฝันร้ายสำหรับแม่วัยสาวคนนี้

ในคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน (VDC) Barpak ของหมู่บ้าน Snan ประชาชนได้รวบรวมและเก็บอาหารจากเศษซากของร้านค้าหมู่บ้าน อมิตารู้สึกปวดท้องหลังจากแผ่นดินไหวไม่กี่ชั่วโมง เธอบอกพ่อตาและเขาก็รู้ทันทีว่าอมิตาปวดท้องคลอด ไม่นานหลังจากนั้น อมิตาจึงถูกนำตัวเข้ามาในคอกวัว

หลังปวดท้องคลอดอย่างรุนแรงเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เสียงร้องแรกของอาภิตานำพาชีวิตกลับมายังหมู่บ้าน Snan อีกครั้ง ครอบครัวและชาวบ้านต่างรู้สึกกลัวเกรงพลังธรรมชาติที่สามารถสร้างหายนะและเบ่งบานได้ในเวลาเดียวกัน

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

การศึกษากำลังวิ่งไปหาเด็ก


ผู้เขียน: ธิดาวรรณ อัศวพงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยสารนิเทศ ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

"ถ้าเด็กเดินทางมาโรงเรียนไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปหาเด็ก" เป็นคำที่ก้องอยู่ในหัวและจับใจฉัน ตอนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเขตอำเภอบางปะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พูดถึงความเป็นมาของโครงการโรงเรียนหย่อมบ้าน (โรงเรียนที่สร้างขึ้นตามพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเข้าเรียน) และ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ (คือรถที่บรรทุกหนังสือไปให้เด็กๆในโรงเรียนที่ขาดแคลนได้อ่าน) ทั้งสองโครงการเป็นความร่วมมือของกระทรวงการศึกษา กับยูนิเซฟและพันธมิตรที่ต้องการนำการศึกษาเข้าไปหาเด็กทุกคน "เพราะการศึกษาของเด็กนั้นสำคัญ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน"

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

10 ข้อเท็จจริงควรทราบ สำหรับวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2559


นิวยอร์ก, 7 มีนาคม 2559:   เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และวันครบรอบ 20 ปีปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการปักกิ่งในการส่งเสริมสตรีในอำนาจและการตัดสินใจ ยูนิเซฟขอนำเสนอข้อมูลทางสถิติและแนวโน้มเกี่ยวกับเรื่องเด็กหญิงและสตรีในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

เรื่องน้ำและสุขาภิบาล 
  • มีผู้หญิงและเด็กหญิงอย่างน้อย 500 ล้านคนที่ยังขาดแคลนพื้นที่ส่วนตัวในการเปลี่ยนผ้าอนามัยในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งจำนวนนี้เทียบเท่ากับจำนวนของเพศหญิงทุกคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว 
การคุ้มครองเด็ก 
  • เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กหญิงวัย 15-19 ปีทั่วโลก หรือกว่า 126 ล้านคน คิดว่าการที่สามีทุบตีหรือทำร้ายภรรยานั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ 
  • ปัจจุบัน ทุก ๆ 1 ใน 4 คน ของเด็กสาวทั่วโลกในปัจจุบันต้องแต่งงานในวัยเด็ก เมื่อเทียบกับเมื่อช่วงปีต้นยุค 80s ซึ่งทุก ๆ 1 ใน 3 คนของเด็กสาวต้องแต่งงานในวัยเด็ก ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่แต่งงานก่อนอายุ 18 ปีลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา 
  • ในภาพรวม โอกาสที่เด็กผู้หญิงจะถูกขลิบอวัยวะเพศลดลงไปราว 33% เมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา