วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ถาม-ตอบ 10 ข้อสงสัย ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก มีผลกระทบต่อโภชนาการเด็กและเศรษฐกิจจริงหรือ?



โดย: นภัทร พิศาลบุตร เจ้าหน้าที่สารนิเทศเพื่อการพัฒนา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช. ... ทว่า ปัจจุบันยังมีข้อมูลจากหลายแหล่ง ที่โต้แย้งเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอยู่ ยูนิเซฟประเทศไทย จึงขอนำเสนอข้อมูลในลักษณะ ถาม-ตอบ เพื่อให้ทุกๆ คน สามารถเข้าใจคือประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก นี้ และไขข้อข้องใจต่างๆ อาทิ จะมีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการเด็กหรือไม่ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พันล้านความคิด: เด็กๆ นักคิด เศรษฐกิจก็มั่งคั่ง



ในช่วงวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559 รัฐบาลประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูง (High Level Meeting หรือ HLM) ซึ่งได้จัดมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว (จึงเรียกการประชุมในครั้งนี้ย่อๆ ว่า HLM3) ซึ่งมีตัวแทนระดับสูงกว่า 160 คนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาหารือร่วมกันเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กในสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage หรือ UHC), ความรุนแรงต่อเด็ก (Violence Against Children หรือ VAC) และการคุ้มครองทางสังคมสำหรับครอบครัว (Social Protection for Families) และเนื่องในโอกาสนี้ ยูนิเซฟจึงได้จัดการแข่งขันไอเดียนวัตกรรมทางสังคมขึ้นมา ภายในชื่อ HLM3 Youth Innovation Challenge เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปีได้เข้ามาร่วมแบ่งปันไอเดีย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในด้านสุขภาพ, การยุติความรุนแรง และการคุ้มครองทางสังคม

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟประเทศไทย ชวนเด็กและเยาวชนมาร่วมเป็นแรงผลักดัน ขับเคลื่อนสังคมผ่านเครือข่ายยูรีพอร์ต (U-ReporT)

ยูนิเซฟประเทศไทย ขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม ผ่านเครือข่ายยูรีพอร์ต (U-Report) โครงการริเริ่มแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพราะหนึ่งเสียง สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้

วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การศึกษาปฐมวัยส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร



เรื่องโดย เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา / วิดีโอโดย เมธี เถื่อนทับ

เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2559

เชียงใหม่, 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 – สุชานรี ยาบัว หรือ “น้องอาย” จูงมือพ่อขณะเดินทางไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลเมืองแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ทันทีที่เธอเดินเข้าไปในบริเวณโรงเรียนและสวัสดีคุณครูแล้ว เพื่อนสนิทก็ชวนเธอไปสนามเด็กเล่นเพื่อรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่กำลังสนุกกับของเล่นชิ้นโปรด

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของประเทศไทยช่วยครอบครัวยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


 
อภิญญา สัตตารัมย์ กำลังประคองลูกน้อยของเธอชื่อ น้องเพลง ซึ่งต้องให้อาหารทางสายยาง
© UNICEF Thailand/2016/Jingjai N


ผู้เขียน
เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ แอนดี้ บราวน์ องค์การยูนิเซฟ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

อภิญญาเป็นหญิงวัย 27 ปี เธอมีบุตรสองคน คนโตอายุ 8 ขวบ ส่วนในภาพคือบุตรคนเล็กของเธอชื่อ น้องเพลง น้องเพลงเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2558 เขามีร่างกายเล็กและบอบบาง ที่แก้มซ้ายมีเทปติดยึดสายยางสำหรับให้อาหาร และเหนือหน้าผากมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ น้องเพลงไม่สามารถกินนมจากอกแม่เนื่องจากมีปัญหาสำลักน้ำคร่ำขณะคลอด อภิญญาจึงต้องออกจากงานเพื่อใช้เวลาทั้งหมดในการดูแลบุตรคนนี้

อภิญญาเล่าว่า "เพลงกินนมจากอกแม่ไม่ได้ ดิฉันจึงต้องให้อาหารลูกทางสายยาง และต้องใช้จ่ายเดือนละ 2,000 ถึง 3,000 บาทสำหรับเลี้ยงดูเขา"

ครอบครัวของอภิญญามีฐานะยากจนมาก พวกเขาอาศัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย บ้านของอภิญญาถูกสร้างขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีสภาพทรุดโทรมมาก ครอบครัวนี้ดำรงชีวิตโดยอาศัยรายได้จากสามีของอภิญญา ซึ่งทำงานในร้านจำหน่ายเครื่องมือและวัสดุก่อสร้าง โดยได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาทที่อภิญญาได้รับเนื่องจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบครัวนี้ก็ต้องดำรงชีวิตอย่างอัตคัดขัดสน

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

ผลกระทบของความรุนแรงในโรงเรียนต่อเด็ก และแนวทางสำหรับโรงเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก



ผลกระทบของความรุนแรงในโรงเรียนต่อเด็ก และแนวทางสำหรับโรงเรียนที่เป็นมิตรกับเด็กในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายท่านอาจได้ยินได้เห็นข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียนบ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนควรจะเป็นสถานที่ที่เด็กได้รับความรู้และพัฒนาตนเอง แต่ทำไมเราถึงยังได้ยินข่าวทำนองนี้บ่อยนัก? แล้วผลกระทบของความรุนแรงเหล่านี้ ส่งผลอย่างไรกับตัวเด็กบ้าง และเราจะมีแนวทางอย่างไรในการให้ความคุ้มครองแก่พวกเขา เพื่อให้โรงเรียน ได้เป็นสถานที่ที่พวกเขาเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ห้องสมุดเคลื่อนที่ สวัสดีค่ะ!


เรื่องโดย: Murni Hoeng

ยังจำโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ของเราได้ไหมเอ่ย? ถ้าหากใครจำไม่ได้ ลองไปอ่านบล็อก "นำหนังสือไปให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล" นะคะ  เรามีความคืบหน้าล่าสุดของโครงการมาฝากคุณจากแม่ฮ่องสอนค่ะ!

ป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้วที่ห้องสมุดเคลื่อนที่เดินทางมาถึงโรงเรียนห้วยฮุง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นชนเผ่าลาหู่กำลังเตรียมตัวรับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวที่นักเรียนรุ่นพี่ลงครัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าหน้าที่ของเราทั้งสองคนถือโอกาสรับประทานอาหารและพักผ่อนหลังจากขับรถมาสองชั่วโมงครึ่งบนถนนที่คดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาของภาคเหนือของไทย

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นมแม่แน่แค่หกเดือน จริงหรือ? ทำอย่างไรจึงให้นมลูกได้ถึงสองปีหรือนานกว่า?


เขียนโดย: นภัทร พิศาลบุตร, คงเดช กี่สุขพันธ์

ปัจจุบัน คุณแม่ยุคใหม่ได้หันมาให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น เนื่องจากได้ข้อมูลว่านมแม่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากมาย ทว่าหลายคนยังมีความเข้าใจว่านมแม่มีประโยชน์ในช่วงแค่ 6 เดือนแรกเท่านั้น ที่สำคัญ ยังมีแพทย์และพยาบาลจำนวนไม่น้อยที่ยังให้คำแนะนำว่าให้หยุดนมแม่ และเสริมนมผงแก่ลูกหลัง 6 เดือน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนี้ ... แต่นมแม่ ดีแค่ 6 เดือนจริงหรือ? และหากคุณแม่อยากให้นมลูกนานกว่า 6 เดือน จะทำได้อย่างไร?

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กิจกรรมให้ความรู้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไป ในการปกป้องคุ้มครองเด็กแก่แฟนคลับของนิชคุณ หรเวชกุล


อนแรกที่ได้รับการชวนว่าให้ไปทำกิจกรรมให้ความรุ้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไปในการปกป้องคุ้มครองเด็กที่ชุมชนสะพานศิริ แถวรังสิต  ดูสถานที่แล้วท้อ ไกลมาก ไกลได้อีก และนัดเช้ามาก เราซึ่งปกติถ้าเป็นวันอาทิตย์จะนอนพักผ่อน แต่ด้วยความที่เป็นโปรเจคทำกิจกรรมเนื่องในวันเกิดนิชคุณของทางยูนิเซฟเลยไม่ลังเลที่จะตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ความรู้สึกก่อนไปคือเด็กในชุมชนจะเป็นยังไงนะ ทำให้เรากังวลไปหลายประการได้ แต่พอเช้าวันนัด ทีมงานยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน (เฟรนด์ ประเทศไทย) ยืนรอ ยิ้มแย้มต้อนรับพวกเราแฟนคลับกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าโรงเรียน บรรยากาศดีมาก (เหมาะกับการนอนต่อ) พอถึงเวลาเริ่มกิจกรรม ทุกคนมากันครบ เริ่มด้วยการแนะนำโครงการของเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน ที่ทำเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กๆปลอดภัยและรู้จักสิทธิของตนเองได้อันดับแรก ก็คือ สถาบันครอบครัวที่ต้องช่วยกันดูแลเด็กๆ ของตน รวมถึงอธิบาย กฎเกณฑ์ ข้อควรปฎิบัติ สภาพแวดล้อมของชุมชน ก่อนจะเข้าไปเจอของจริง “ทีมงานขอไม่ให้พวกเราให้เงินหรือของกับคนในชุมชน เพราะไม่อยากให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งพอได้ฟังถึงเหตุผลแล้ว รู้สึกดีเห็นด้วยกับแนวคิดนี้”

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีในการเสริมสร้างเรียนรู้ของเด็กๆ: กรณีศึกษา เกม Pokémon Go

ที่มาของภาพ: http://www.pokemongo.com/

ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

วันนี้เป็นวันแรกที่เกม Pokémon Go เปิดให้เล่นในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และไม่น่าแปลกใจที่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง บนไทม์ไลน์ของโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็เต็มไปด้วยการพูดถึงเกมเกมนี้ เพราะเป็นเกมที่กระแสดังไปทั่วโลก ในประเทศไทยเอง ภาครัฐก็เล็งที่จะนำเกม Pokémon Go นี้ มาใช้ในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอาจร่วมมือกับบริษัทผู้พัฒนาเกม ในการนำมอนสเตอร์ในเกมที่เรียกว่า โปเกมอน ไปปล่อยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ไปร่วมสนุกในการตามหา และตามจับ

ซึ่งสำหรับพ่อแม่ ครอบครัว และเด็กๆ เกมอย่าง Pokémon Go นี้ ก็อาจจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว หรือครูอาจารย์ ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอนเด็กๆ ผ่านการเล่นเกมนี้ได้ หากพ่อแม่ ครอบครัว หรือครูอาจารย์ มีความเข้าใจเกี่ยวกับเกมนี้ และประยุกต์ใช้ระบบของเกมร่วมกับกิจกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้แล้ว ยังช่วยให้พ่อแม่และครูอาจารย์ได้ดูแลเด็กๆ ในระหว่างการเล่นได้แบบเนียนๆ อีกด้วย