วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ขอขอบคุณผู้บริจาคที่ช่วยเหลือเด็กและครอบครัวชาวเนปาลที่,

เมื่อวันที่ 25 เมษายน และ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สองครั้งในประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 22,300 คน นอกจากนี้อาฟเตอร์ช็อกที่ตามมาและเหตุการณ์ดินถล่มก็ทำให้ผู้คนตกอยู่ในความหวาดกลัว บ้านเรือนกว่า 890,000 หลังถูกทำลาย ห้องเรียนกว่า 32,000 แห่งถูกทำลายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ เด็ก ๆ กว่า 1 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้บริจาคทุกท่าน ทำให้ยูนิเซฟประเทศไทยสามารถระดมเงินบริจาคได้ถึง 76.8 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในด้านต่าง ๆ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล อินโฟกราฟิกต่อไปนี้ จะแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของผู้บริจาคทุกท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยนับแสน ๆ ครอบครัวในประเทศเนปาลให้เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้หลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้อย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

การศึกษาเพื่อสร้างอนาคต

ประเทศเนปาล ยูนิเซฟช่วยฟื้นฟูการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

โดย มัลลิกา อารยาล (Mallika Aryal)

เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล - ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้า ที่หมู่บ้านขนาดเล็กชื่อ Kavresthali ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเกือบ 10 กิโลเมตร รันจิตา ภัณฑรี อายุ 16 ปี ตื่นขึ้นได้ชั่วโมงเศษแล้ว เธออยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อสีกรมท่า ผ้าผูกคอลายแถบ กระโปรงจีบสีกรมท่า ถุงเท้ายาวสีดำ และรองเท้าสีดำที่ขัดไว้อย่างดี ผมยาวของของเธอถูกมัดไว้เรียบร้อยไม่ให้บังใบหน้า รันจิตายืนกระสับกระส่ายอยู่นอกบ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมขนาดเล็กทำด้วยแผ่นสังกะสีกับผ้าใบ

รันจิตากำลังจะเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC) เป็นการสอบระดับประเทศซึ่งนักเรียนเกรดสิบต้องสอบผ่าน ก่อนเข้าเรียนต่ออีกสองปีในระดับมัธยมปลาย สำหรับปีนี้ มีเด็กกว่า 600,000 คนทั่วประเทศเนปาลที่เข้าร่วมการสอบดังกล่าว ซึ่งมักถูกกล่าวขานว่าเป็น "ด่านเหล็ก"

"การสอบครั้งนี้จะเปิดโอกาสมากมายให้กับหนู" รันจิตาอธิบาย "เป็นประกาศนียบัตรที่พวกเขาจะขอดูจากหนูก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายและวิทยาลัย รวมถึงการสมัครงาน หรือหากหนูต้องการไปต่างประเทศเพื่อทำงานหรือเรียนต่อ"

แม่กำลังกอด รันจิตา พานดารี (Ranjita Bhandari) อายุ 16 ปี นอกเพิงพักชั่วคราวของครอบครัว ก่อนที่รันจิตาจะไปเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC)
Kiran Panday ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ 

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

ยืนด้วยขาตนเองอีกครั้งโดย Akriti กำลังได้กลับไปเข้าเรียน

เรื่องราวชีวิตใหม่ของเด็กหญิงที่เคยอยู่ในภาวะขาดสารอาหารจนเกือบเสียชีวิต

โดย Naresh Newar

ลลิตปูร์, เนปาล – ยูนิเซฟเข้ามาในชีวิตของเด็กหญิง Akriti Banskota วัยสี่ขวบได้เป็นเวลาเก้าเดือนแล้ว เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างว่าโภชนาการชุมชนสามารถสร้างความแตกต่างในการลดภาวะขาดสารอาหารรุนแรงในประเทศได้อย่างไร

Akriti Banksota วัย 4 ขวบ กับเพื่อนๆ ในศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัย (ECD) ในหมู่บ้านชาปาคาวัน เมืองลลิตปูร์
รูปถ่ายโดย Narendra Shrestha สำหรับยูนิเซฟ

Akriti ได้รับการตรวจพบว่ามีอาการขาดสารอาหารรุนแรงเรื้อรังจากโครงการด้านภาวะโภชนาการฉุกเฉินที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ ซึ่งเริ่มขึ้นในชุมชนที่เด็กหญิงอาศัยอยู่หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นเวลา 2 เดือน

“มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่เห็นน้องเค้าหัวเราะ พูดคุย และวิ่งไปรอบ ๆ” Kriti KC นักโภชนาการอาชีพสาวซึ่งทำงานกับศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาสังคม (SDPC) ภาคียูนิเซฟ กล่าว เธอหวนนึกถึงตอนแรกที่ได้เจอกับ Akriti ว่าเป็นเด็กที่เงียบมาก

10 ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน

แปลและเรียบเรียงโดย คงเดช กี่สุขพันธ์, ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย


เนื่องในวันที่ 24-30 เมษายนนี้ เป็นสัปดาห์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโลก หรือ World Immunization Week ยูนิเซฟประเทศไทยเลยถือโอกาสเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสักหน่อยนะครับ

ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังมีคนเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่าความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟช่วยบำบัดภาวะบอบช้ำทางจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

โดย Mallika Aryal

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กำลังทำงานในครัวของเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
Prakash Mathema ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ

เขต Nuwakot ประเทศเนปาล - ตอนสายของวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่หมู่บ้าน Charghare ในเขต Nuwakot ทางตะวันออกของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นางกมลา ราย เพิ่งตื่นจากการงีบหลับไปพร้อมกับลูกชายแรกเกิดซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของเธอ กมลาปล่อยให้ทารกที่ยังหลับสนิทนอนอยู่ในบ้านและออกไปเรียกลูกสาวสามคนให้มาช่วยกันซักผ้า ซึ่งเป็นภารกิจปกติทุกวันเสาร์ของครอบครัว ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่เธอคิดถึงคือทารกน้อยซึ่งกำลังหลับอยู่ในบ้าน และกรีดร้องพลางวิ่งเข้าไปหาลูก

"หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ" กมลาเล่าในบ่ายวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะนั่งอยู่ในเพิงพักชั่วคราว

เพิงพักของกมลามุงด้วยสังกะสีและใช้ผ้าใบแทนฝาบ้าน ภายในเพิงมืดมากขณะที่เธอหั่นผักสำหรับมื้อค่ำ ส่วนพื้นของเพิงก็เย็นเฉียบ

"ตอนที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของดิฉันได้จากไปแล้ว" เธอพูดทั้งน้ำตา "แผ่นดินไหวพรากลูกของดิฉันไป"

หลังเหตุแผ่นดินไหว กมลาต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

"ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลย หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป" เธอบอก

การได้กลับบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2559

เติบโตขึ้นที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แม่วัยสาวต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวที่เกิดในวันที่เกิดภัยพิบัติ

โดย Avinashi Paudel

อมิตา กูรุง อุ้มลูกสาววัย 11 เดือน อาภิตา ในหมู่บ้าน Chomar, Photo by Chandra Shekhar Karki for UNICEF.

กอร์ขา เนปาล - “ฉันรักลูกสาวฉันมากที่สุดในโลก” อมิตา กูรุงกล่าว ขณะอุ้มทารกน้อยอาภิตาแน่น “แต่เมื่อฉันคิดถึงวันที่เค้าเกิด ฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้”

วันนั้นเป็นวันที่แผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นที่ตอนกลางของเนปาลในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยหมู่บ้านของ อมิตาตั้งอยู่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

มันเป็นช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่น่าเบื่อวันหนึ่ง อมิตาตั้งท้องได้เก้าเดือนกำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงรัวเร็วและเสียงน้องสาวตะโกน “แผ่นดินไหว แผ่นดินไหว” อมิตาพาท้องแก่ออกมาจากบ้านที่กำลังพังทลายขณะที่ทุกสิ่งสั่นไหวเป็นเสมือนฝันร้ายสำหรับแม่วัยสาวคนนี้

ในคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน (VDC) Barpak ของหมู่บ้าน Snan ประชาชนได้รวบรวมและเก็บอาหารจากเศษซากของร้านค้าหมู่บ้าน อมิตารู้สึกปวดท้องหลังจากแผ่นดินไหวไม่กี่ชั่วโมง เธอบอกพ่อตาและเขาก็รู้ทันทีว่าอมิตาปวดท้องคลอด ไม่นานหลังจากนั้น อมิตาจึงถูกนำตัวเข้ามาในคอกวัว

หลังปวดท้องคลอดอย่างรุนแรงเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เสียงร้องแรกของอาภิตานำพาชีวิตกลับมายังหมู่บ้าน Snan อีกครั้ง ครอบครัวและชาวบ้านต่างรู้สึกกลัวเกรงพลังธรรมชาติที่สามารถสร้างหายนะและเบ่งบานได้ในเวลาเดียวกัน

วันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2559

การศึกษากำลังวิ่งไปหาเด็ก


ผู้เขียน: ธิดาวรรณ อัศวพงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยสารนิเทศ ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

"ถ้าเด็กเดินทางมาโรงเรียนไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปหาเด็ก" เป็นคำที่ก้องอยู่ในหัวและจับใจฉัน ตอนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเขตอำเภอบางปะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พูดถึงความเป็นมาของโครงการโรงเรียนหย่อมบ้าน (โรงเรียนที่สร้างขึ้นตามพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเข้าเรียน) และ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ (คือรถที่บรรทุกหนังสือไปให้เด็กๆในโรงเรียนที่ขาดแคลนได้อ่าน) ทั้งสองโครงการเป็นความร่วมมือของกระทรวงการศึกษา กับยูนิเซฟและพันธมิตรที่ต้องการนำการศึกษาเข้าไปหาเด็กทุกคน "เพราะการศึกษาของเด็กนั้นสำคัญ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน"

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559

10 ข้อเท็จจริงควรทราบ สำหรับวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2559


นิวยอร์ก, 7 มีนาคม 2559:   เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และวันครบรอบ 20 ปีปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการปักกิ่งในการส่งเสริมสตรีในอำนาจและการตัดสินใจ ยูนิเซฟขอนำเสนอข้อมูลทางสถิติและแนวโน้มเกี่ยวกับเรื่องเด็กหญิงและสตรีในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

เรื่องน้ำและสุขาภิบาล 
  • มีผู้หญิงและเด็กหญิงอย่างน้อย 500 ล้านคนที่ยังขาดแคลนพื้นที่ส่วนตัวในการเปลี่ยนผ้าอนามัยในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งจำนวนนี้เทียบเท่ากับจำนวนของเพศหญิงทุกคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว 
การคุ้มครองเด็ก 
  • เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กหญิงวัย 15-19 ปีทั่วโลก หรือกว่า 126 ล้านคน คิดว่าการที่สามีทุบตีหรือทำร้ายภรรยานั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ 
  • ปัจจุบัน ทุก ๆ 1 ใน 4 คน ของเด็กสาวทั่วโลกในปัจจุบันต้องแต่งงานในวัยเด็ก เมื่อเทียบกับเมื่อช่วงปีต้นยุค 80s ซึ่งทุก ๆ 1 ใน 3 คนของเด็กสาวต้องแต่งงานในวัยเด็ก ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่แต่งงานก่อนอายุ 18 ปีลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา 
  • ในภาพรวม โอกาสที่เด็กผู้หญิงจะถูกขลิบอวัยวะเพศลดลงไปราว 33% เมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา 

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พลังแห่งโซเชียลมีเดีย สานฝันเด็กตัวน้อย

มูร์ตาซ่ากำลังโชว์เสื้อทีมอาร์เจนตินาพร้อมลายเซ็นที่เขาได้รับจากทูตยูนิเซฟ ลิโอเนล เมสซี่

ผู้เขียน:  คงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

หลังจากได้รับการแชร์กันบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย กับภาพของหนูน้อยที่ใส่เสื้อบอลเบอร์ 10 ของลีโอเนล เมสซี่ เพียงแต่เสื้อที่หนูน้อยใส่นั้นเป็นแบบทำขึ้นมาเองจากถุงพลาสติก แล้วเขียนหมายเลข และชื่อของเมสซี่ลงไป ในที่สุด หนูน้อย มูร์ตาซ่า อาห์มาดี้ วัย 5 ขวบ ก็ได้เสื้อแข่งทีมชาติอาร์เจนตินาเบอร์ 10 ของจริง พร้อมลายเซ็นของเมสซี่แล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ทำการส่งมอบเสื้อพร้อมลายเซ็นจำนวน 2 ชุด (ชุดทีมชาติอาร์เจนตินา และ ชุดทีมบาร์เซโลน่า) พร้อมกับลูกฟุตบอล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสิทธิของเด็กในการที่จะได้เล่นในสิ่งที่ตนอยากเล่น

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีพลังของผู้คนบนโลกโซเชียล ที่ช่วยกันแบ่งปันจนเกิดเป็นกระแส และนำไปสู่การเสาะหาที่อยู่ของเด็กน้อยวัย 5 ขวบคนนี้ และทำให้ฝันของเขาเป็นจริงในที่สุด

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟกับภารกิจเชื่อมโยงเสียงของเด็กๆ ด้วยเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่

นายแอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ใน Keynote หัวข้อ Mobile is Digital Inclusion ที่งาน Mobile World Congress 2016 
ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ในงาน Mobile World Congress ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน นายแอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ได้ขึ้นเวทีให้ Keynote ในหัวข้อ Mobile is Digital Inclusion ซึ่งใจความสำคัญคือ ประโยชน์ของการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการพลิกโฉมการทำงานขององค์การยูนิเซฟ ยังช่วยให้ยูนิเซฟสามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อีกด้วย

เช่น ในประเทศแทนซาเนีย ซึ่งแต่ก่อนพบว่าเด็กๆ กว่า 80% นั้นไม่ได้รับการลงทะเบียนแจ้งเกิด ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถวางแผนด้านการให้บริการสาธารณสุข การศึกษา และบริการสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการลงทะเบียนแจ้งเกิดนั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.6 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง เมื่อเทียบกับอัตราค่าครองชีพของผู้คนในแถบชนบทของประเทศแทนซาเนียที่ประมาณ 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน แต่ด้วยเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยูนิเซฟได้ร่วมกับหน่วยงานทะเบียนของรัฐบาลแทนซาเนียและบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำระบบลงทะเบียนเกิดฟรีผ่านทาง SMS ซึงคาดว่าภายใน 5 ปี จะช่วยให้เด็กเกิดใหม่กว่า 90% ได้รับการลงทะเบียนแจ้งเกิด