วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เทคโนโลยีแทบเล็ตกับการเข้าถึงหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกล

© UNICEF Thailand/2012/M. Thomas
เรื่องโดย ณัฐฐา กีนะพันธ์

หมู่บ้านแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ พฤศจิกายน 2555 - ณ หมู่บ้านแม่หลวง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่เร้นตัวอยู่บนเทือกเขาสูงท่ามกลางไอหมอกในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ สุมาตร ลีมา คุณพ่อลูกสองวัย 41 ปีบอกกับผู้ที่มาเี่ยี่ยมเยือนว่า “คนข้างนอกควรได้รู้ว่าเราอยู่กันอย่างไรและปัญหาของเราคืออะไร”

สิ่งนี้เป็นเป้าหมายของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เช่นกัน ล่าสุดสสช. ได้จัดส่งคณะผู้สำรวจไปยังหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลเพื่อสัมภาษณ์ครอบครัวถึงความเป็นอยู่ของพวกเขา ทั้งนี้เพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Multiple Indicator Cluster Survey: MICS โดยได้รับการสนับสนุนด้านเทคนิคและเงินทุนจากยูนิเซฟและกระทรวงต่าง ๆ ที่ทำงานเกี่ยวกับเด็ก

ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สสช. ประมาณ 230 คนจะสุ่มเยี่ยมครัวเรือนต่าง ๆ จำนวน 27,000 ครัวเรือนใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ผลสำรวจจะช่วยชี้ให้เห็นถึงความคืบหน้าในการพัฒนาเด็กของประเทศไทยและยังช่วยกำหนดแนวทางการดำเนินงานในอนาคตตลอดจนนโยบายต่าง ๆ เพื่อเด็กและสตรี

หนทางเข้าสู่หมู่บ้านบ้านหลวงนั้นยากลำบากและต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าที่รถของสสช.จะไต่ลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงชันและคดเคี้ยวท่ามกลางฝนที่ตกหนักและหมอกจัด แม้การเดินทางจะยากลำบาก แต่การสัมภาษณ์ครัวเรือนเกี่ยวกับความเป็นอยู่และปัญหาต่าง ๆ ตั้งแต่ด้านสุขภาพ โภชนาการ สุขอนามัยและการศึกษา ไปจนถึงทัศนคติของผู้หญิงต่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ความรู้เรื่องเอชไอวีและโรคเอดส์นั้น กลับเป็นเรื่องง่ายกว่าครั้งก่อนๆ เนื่องจากคราวนี้เจ้าหน้าที่ใช้เทคโนโลยีแทบเล็ตช่วยในการเก็บข้อมูล

การเก็บข้อมูลในอดีต เจ้าหน้าที่สสช. ต้องกรอกแบบสอบถามที่เป็นกระดาษด้วยมือ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทยและครั้งแรกของการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีของยูนิเซฟทั่วโลก ที่ได้นำแทบเบล็ตมาใช้ในการเก็บข้อมูล เจ้าหน้าที่สสช. ได้เข้าฝึกอบรมวิธีการใช้แทบเล็ตในการเก็บข้อมูลภาคสนาม เพื่อเพิ่มความถูกต้องแม่นยำและความสะดวกรวดเร็วของการเก็บข้อมูล

ทันทีที่เจ้าหน้าที่จากสสช. เดินทางมาถึงบ้าน สุมาตรและครอบครัวของเขาก็ต้อนรับคณะด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง“นี่เป็นครั้งแรกที่มีแขกมาเยี่ยมเพื่อถามถึงความเป็นอยู่ของเรา จะได้รู้ปัญหา ดีครับ ไม่ใช่ว่าอยู่ในป่าแล้ว ไม่มีใครรับรู้ อยากให้ทางข้างนอกรับรู้บ้าง”   สุมาตรกล่าว

หมู่บ้านแม่ตื่นมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 480 คน กว่าครึ่งเป็นเด็กและคนชรา ณัฐวุฒิ มารุ่งเรือง ผู้ใหญ่บ้านของที่นี่ บอกว่าครอบครัวส่วนใหญ่มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 5,000 บาท จากการทำไร่ ทำสวน ทำนา อย่างไรก็ดี ปัญหาความยากจนและยาเสพติด รวมถึงคุณภาพการศึกษาถือเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของเด็ก ๆ ที่นี่

ระหว่างการเก็บข้อมูล พุทธิชา ลิมา ลูกสาววัยสี่ขวบของสุมาตรซึ่งเป็นเด็กน่ารักและร่าเริงแจ่มใส ให้ความสนใจกับแทบเล็ตเป็นพิเศษ เธอให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อเจ้าหน้าที่ขอวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจ เพื่อวัดภาวะทพโภชนาการของเด็ก โดยภาวะแคระแกร็นยังเป็นปัญหาที่พบได้ในประชากรชายขอบสังคมของประเทศไทย

แม้ว่าพุทธิชาจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลเป็นประจำและมีพัฒนาการสมวัย แต่สุมาตรก็ยังเป็นห่วงอนาคตของลูกสาว

“ที่นี่ครูไม่พอครับ” สุมาตรกล่าว “ครูย้ายบ่อยเพราะหมู่บ้านนี่ไกลมาก ผมว่าคนส่วนใหญ่ในนี้ไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการศึกษาเท่าไหร่”

ในระหว่างการสัมภาษณ์ ผู้สำรวจได้ขอให้สุมาตรแสดงสูติบัตรของลูกทั้งสองคน รวมทั้งบันทึกการฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ทดสอบเกลือที่ครอบครัวบริโภค เพื่อดูว่ามีสารไอโอดีนหรือไม่ ซึ่งไอโอดีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อพัฒนาการทางสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่อยู่ในครรภ์มารดาและเด็กช่วงปฐมวัย

บางคำถามก็เกี่ยวกับผู้หญิงโดยตรง เช่น ทัศนคติของผู้หญิงต่อการตั้งครรภ์ เอชไอวี/เอดส์ ตลอดจนทัศนคติของผู้หญิงต่อการใช้ความรุนแรงในครอบครัว

การสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลงแล้วที่บ้านของสุมาตร ในทุกสิ้นวัน เจ้าหน้าที่ภาคสนามจะส่งข้อมูลที่ได้ผ่านอินเตอร์เน็ตไปยังสำนักงานสถิติส่วนกลางในกรุงเทพฯ ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่วนกลางสามารถคอยตรวจสอบความคืบหน้า และคุณภาพของการเก็บรวบรวมข้อมูลได้ การใช้แทบเล็ตยังช่วยลดความล่าช้าในการจัดเก็บข้อมูลแบบเก่าที่เจ้าหน้าที่ต้องนำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามไปคีย์ลงคอมพิวเตอร์ใหม่อีกครั้ง

“แทบเล็ตใช้ง่ายและเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่เสียเวลาในการตรวจเช็คความถูกต้องเพราะซอฟท์แวร์จะช่วย cross check คำตอบให้โดยอัตโนมัติ” คุณจิณพงษ์ วิชัยศรี เจ้าหน้าที่สำนักงานสถิติใน จ. เชียงใหม่กล่าว “ผมว่าการใช้แทบเล็ตถือเป็นนวัตกรรมที่ก้าวหน้าและเป็นประโยชน์ต่องานสำรวจมากทั้งในปัจจุบันและในอนาคต”

ผลการสำรวจครั้งนี้คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในต้นปี 2556

ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับคณะผู้สำรวจได้ใน http://www.facebook.com/MICS4.Thailand

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น