วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

บันทึกพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน: โคลนและซากปรักหักพังในทาโคลบัน

เด็กผู้ชายคนหนึ่งในทาโคลบันซึ่งสูญเสียบ้านจากพายุไห่เยี่ยน © UNICEF Philippines/2013/JMaitem 

โดย โนนอย ฟาร์คาโด ผู้เชี่ยวชาญด้านสถานการณ์ฉุกเฉินของยูนิเซฟ

เมืองทาโคลบัน ฟิลิปปินส์ 13 พฤศจิกายน 2556 - ผมทำงานในสถานการณ์ฉุกเฉินมาได้กว่า 15 ปีแล้ว และผมคิดจริงๆ ว่าเคยเจอเหตุการณ์ทุกรูปแบบมาหมดแล้ว แต่การบินไปเมืองทาโคลบันเมื่อวันจันทร์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมประเมินสถานการณ์ของยูนิเซฟทำให้ผมช็อคกับสิ่งที่เห็น ขณะที่เครื่องบินเริ่มลดระดับลงแตะรันเวย์อันว่างเปล่านั้นผมมองเห็นแต่โคลนและซากปรักหักพังมากมาย – มีแต่โคลนและซากปรักหักพังเท่านั้นในพื้นที่ๆ เคยมีต้นไม้และอาคารบ้านเรือนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการมีชีวิต

จริงอยู่ว่ายังมีรันเวย์ยางมะตอยให้ใช้ แต่ก็มีเพียงรันเวย์อย่างเดียวเท่านั้นจริงๆ ทุกอย่างที่เคยอยู่ในอาคารผู้โดยสารขณะนี้ออกมาอยู่ข้างนอก และสิ่งที่เคยอยู่ข้างนอกกลับมาอยู่ข้างในแม้แต่บันได เราได้รับคำเตือนให้เลี่ยงบริเวณซากอาคารที่พังทลายเพราะยังมีศพอยู่ใต้ซากเหล่านั้น โดยเป็นศพของเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินที่เข้าไปหลบภัยบริเวณนั้น

 ถนนจากสนามบินที่เคยตัดผ่านหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลหายราบไปหมดไม่มีอะไรเหลือ

เด็กๆ กำลังเดินอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังในทาโคลบัน © UNICEF Philippines/2013/JMaitem 
บางทีผมอาจคิดผิด แต่ระหว่างที่นั่งรถไปศาลาว่าการประจำเมืองนั้น ผมลองนับศพที่เราผ่าน ผมหยุดนับเมื่อถึงศพที่ 100 ผู้เสียชีวิตนอนเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วเมืองขณะที่ผู้รอดชีวิตก็เดินวนเวียนไปมาอย่างงงงวยและโกลาหล สิ่งก่อสร้างทุกแห่งถูกทำลาย  แม้แต่ตึกคอนกรีตที่ใหญ่โตและแข็งแรงที่สุดยังเสียหายรุนแรง

ทุกอย่างเงียบสงัดอย่างน่ากลัวเมื่อผมเดินไปรอบๆ ศาลาว่าการประจำเมือง จากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุภัยพิบัติ ผมคาดว่าจะได้เห็นการเคลื่อนไหวต่างๆ รวมถึงรถบรรทุกที่นำอุปกรณ์ให้ความช่วยเหลือเข้ามาส่ง แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลย – ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีอะไรกระดุกกระดิกหรือเคลื่อนไหวใดๆ – มีเพียงชาวบ้านที่เดินไปมาอย่างเหม่อลอยงุนงงเพื่อมองหาความช่วยเหลือและรับแจกเสบียง

ผมเดินทางไปที่สนามกีฬาประจำเมืองเพื่อพูดคุยกับผู้รอดชีวิต แต่ก่อนที่จะเอ่ยปากพูดอะไร ผมก็มองเห็นได้ว่าแววตาของพวกเขาเต็มไปความช็อค ความหวาดผวา และความท้อแท้กับสิ่งที่พวกเขาเพิ่งประสบมา

ผู้ชายคนหนึ่งมองเห็นผมมีโทรศัพท์ดาวเทียม เขาบอกผมว่า “ใช้โทรศัพท์นั่นติดต่อขอความช่วยเหลือและอาหารให้พวกเราด้วย” ผมได้แต่จินตนาการถึงความหิวโหยและความสิ้นหวังที่คนเป็นพ่อต้องรู้สึกเมื่อเขาไม่สามารถหาอาหารมาให้ลูกๆ กินได้ แล้วเด็กๆ ที่สูญเสียผู้เป็นที่รักและไม่มีใครดูแลล่ะ? ผมเป็นห่วงเด็กๆ จำนวนมากที่แทบไม่มีอะไรกินมาหลายวันแล้ว


รถบรรทุกของยูนิเซฟกำลังจะมาถึงในอีกสองสามวันข้างหน้าเพื่อนำข้าวของเครื่องใช้จำเป็นขั้นพื้นฐานมาช่วยเหลือเด็กๆ และครอบครัว ผมได้รับคำสั่งให้อยู่กับชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ต่อเพื่อจะได้แจกจ่ายของเหล่านั้นได้ทันที หวังว่านั่นจะช่วยอะไรได้บ้าง

หลังจากเดินทางเข้าไปสำรวจเมืองเรียบร้อยแล้ว ผมติดต่อกลับไปยังสำนักงานที่มะนิลาด้วยโทรศัพท์ดาวเทียมในจุดๆ เดียวที่ผมหาเจอ ซึ่งมีสัญญาณเพียงไม่กี่ขีด มันไม่จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์อะไรอีกแล้ว ประชาชนเหล่านี้สูญเสียทุกอย่าง พวกเขาต้องการทุกอย่าง
เศษของเล่นพบอยู่ในซากปรักหักพังในเมืองทาโคลบัน © UNICEF Philippines/2013/JMaitem

1 ความคิดเห็น:

  1. ถึงเวลาแล้วที่เราต้องแบ่งทุกอย่างที่เหลือพอ

    ตอบลบ