วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ชีวิตที่ไม่ยอมแพ้

เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2556

เรื่องโดย เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา
ภาพและวิดีโอโดย เมธี เถื่อนทับ


ชาญชัย เข็มแก้ว หรือ “อุ้ม” เกิดมาพร้อมกับความพิการทางร่างกายและสติปัญญา เมื่อตอนยังเด็กมักจะถูกเพื่อนๆ ล้อเพราะเขาพูดจาไม่ชัด ทำอะไรก็ช้า และเดินตัวบิดเบี้ยว เพื่อนบ้านมักพูดกับบุญโฮม แม่ของเขาว่า เธอคงจะต้องดูแลลูกชายคนนี้ไปทั้งชีวิต บุญโฮมได้แต่ร้องไห้เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้

“แม่คิดว่าลูกคงไม่มีอนาคต” บุญโฮม วัย 41 ปีกล่าวถึงลูกชายวัย 21 ปี “แม่ยากจนมาก ไม่มีเงินส่งเสียลูกให้เรียน เพื่อนบ้านบอกว่า มีลูกแบบนี้จะไปทำมาหากินอะไรได้ ไม่มีงานทำหรอก ส่งลูกไปเรียนก็ไม่มีประโยชน์ ให้ลูกอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้”

ชาญชัยเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนสำหรับเด็กทั่วไปในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนกาวิละอนุกูลซึ่งเป็นโรงเรียนที่สอนเด็กพิการทางสติปัญญาและพิการซ้ำซ้อน

บุญโฮมบอกว่า เธอไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงแค่อยากให้ลูกชายอ่านออก เขียนได้ และเรียนจบชั้นประถมศึกษา

ชาญชัย เข็มแก้ว กับคุณแม่บุญโฮม

สถานการณ์ของชาญชัยและแม่ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับครอบครัวที่มีเด็กพิการทั้งทางร่างกายและสติปัญญา เด็กๆเหล่านี้มักถูกกีดกัดจากสังคม ถูกดูถูกเหยียดหยาม และได้รับโอกาสในชีวิตเพียงน้อยนิด

ข้อมูลจากสเปเชียลโอลิมปิคประเทศไทยซึ่งเป็นองค์การที่ไม่แสวงหาผลกำไรระบุว่า ในประเทศไทยมีผู้พิการทางสติปัญญาทั้งสิ้นประมาณ 1 ล้านคน โดยเป็นเด็กประมาณ 600,000 คน

“เด็กพิการทางสติปัญญาเป็นกลุ่มที่เปราะบางมากที่สุดและเป็นกลุ่มที่ได้รับโอกาสน้อยที่สุดในสังคม เนื่องจากเด็กๆ กลุ่มนี้ไม่สามารถจะเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างเต็มที่ และไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นถึงความต้องการ ความรู้สึกนึกคิด และสิทธิของตนได้” รัชนีวรรณ บูลกุล ผู้อำนวยการสเปเชียลโอลิมปิคประเทศไทยกล่าว

ปัจจุบัน องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ได้สนับสนุนสเปเชียลโอลิมปิคส์ประเทศไทยจัดการฝึกฝนด้านกีฬาและการแข่งขันกีฬาให้แก่ผู้พิการทางสติปัญญากว่า 15,000 คนทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมในสังคมและพัฒนาการของเด็ก ในปีนี้ ยูนิเซฟได้สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาระดับภูมิภาคและกิจกรรมการฝึกทักษะกลไกสำหรับเด็กพิการทางสติปัญญาและเด็กที่พิการซ้ำซ้อน

เด็กพิการทางสติปัญญาเชียร์เพื่อนๆ ที่แข่งขันสเปเชี่ยลโอลิมปิคส์ที่เชียงใหม่
“กีฬาช่วยให้เด็กพิการทางสติปัญญามีการพัฒนาทางร่างกาย แม้ว่าสติปัญญาของพวกเด็กๆ ไม่สามารถพัฒนาได้มากนัก แต่หากพวกเขาได้รับการฝึกฝนซ้ำๆ บ่อยๆ พวกเขาก็สามารถเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเองและอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้” อัมภา จินะกัน หัวหน้าศูนย์สเปเชียลโอลิมปิคไทยภาคเหนือกล่าว

ชีวิตของชาญชัยเป็นบทพิสูจน์ในเรื่องนี้ได้ดี เขาเริ่มเล่นกีฬาเมื่ออายุ 8 ปีหลังจากที่ครูที่โรงเรียนกาวิละอนุกูลสังเกตว่าเขามีปัญหาเรื่องการเดินและมักล้มบ่อยๆ ครูจึงชวนให้ชาญชัยเล่นกีฬาเพื่อเป็นกายภาพบำบัดและให้สุขภาพแข็งแรง

“ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ผมอาจจะไม่เก่งในหลายๆ เรื่อง แต่ผมพบว่าตัวเองมีพรสวรรค์ในการเล่นกีฬา กีฬาเปิดโอกาสให้ผมและเป็นตัวเปลี่ยนชีวิตผม” ชาญชัยกล่าว เขาอาจพูดไม่ชัดนัก แต่คำพูดที่เขาเลือกใช้สื่อสารเพื่ออธิบายชีวิตและสิ่งต่างๆ รอบตัวกลับมีความหมายที่ชัดเจน ลึกซึ้งและกินใจ

ชาญชัยมีความโดดเด่นทางด้านกีฬา เขาเคยได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนโรงเรียนในการแข่งขันเทเบิลเทนนิสและฟุตบอลในการแข่งขันสเปเชียลโอลิมปิคระดับประเทศในพ.ศ.2551 จากนั้นเขาก็ได้รับเลือกให้เข้าร่วมอบรมในโครงการผู้นำนักกีฬา ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้พิการทางปัญญาได้ฝึกฝนด้านต่างๆ นอกเหนือจากเป็นนักกีฬา เช่น ฝึกเป็นนักพูดในที่สาธารณะ นักประชาสัมพันธ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนกีฬา และกรรมการจัดการแข่งขันกีฬา

ชาญชัยพบกับพอลล่า เทย์เลอร์ Friend of UNICEF
เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ชาญชัยซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้แทนนักกีฬาในคณะกรรมการอำนวยการของสเปเชียลโอลิมปิคประเทศไทยได้ต้อนรับพอลล่า เทย์เลอร์ ในนาม Friend of UNICEF ที่ได้มาชมการแข่งขันทักษะกลไกและแอโรบิกส์สำหรับเด็กพิการทางสติปัญญาในภาคเหนือประจำปี 2556 มีเด็กพิการทางสติปัญญาเกือบ 400 คนจาก 14 โรงเรียนในภาคเหนือที่มาร่วมการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนกาวิละอนุกูล โดยเด็กๆ ได้ร่วมแข่งขันในกิจกรรมต่างๆ  เช่น การกลิ้งบอลผ่านเสา โยนบอลให้โดนเป้า เต้นแอโรบิกส์ และเล่นฮุลาฮูป

เด็กๆ ให้การต้อนรับพอลล่าเป็นอย่างดี และได้พูดคุยกับนักแสดงสาวซึ่งคอยเชียร์และให้กำลังใจเหล่านักกีฬาที่ลงแข่งขัน รวมทั้งมอบเหรียญรางวัลให้แก่พวกเขาด้วย

“พอลล่ารู้สึกตื่นเต้นที่มาที่นี่ค่ะ พอลล่ามาเป็นเชียร์ลีดเดอร์ มาช่วยให้กำลังใจน้องๆ ที่กำลังแข่งขัน มาช่วยเชียร์เขา แล้วก็มีมอบเหรียญด้วยค่ะ แล้วตอนมอบเหรียญนี่จะรู้สึกดีมากเพราะแต่ละคนจะแฮปปี้มาก ภูมิใจค่ะ” พอลล่ากล่าว

พอลล่าบอกว่า เธอเชื่อว่าเด็กพิการทางสติปัญญาสามารถอยู่ร่วมกับคนทั่วไปในสังคมได้ถ้าพวกเขาได้รับโอกาส ระหว่างการร่วมกิจกรรมนั้น เธอได้พูดคุยและรับฟังเรื่องราวชีวิตของชาญชัย ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำหรับเด็กๆ ผู้พิการทางปัญญาทุกคน

พอลล่า เทย์เลอร์ถ่ายภาพกับเด็กพิการทางสติปัญญา
ชาญชัยบอกว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับโอกาสที่ดีต่างๆ ทั้งในแง่ของการฝึกกีฬาและการฝึกการเป็นผู้นำ หลังจากที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา เขาได้รับเลือกให้เข้าทำงานที่บริษัทฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งมีนโยบายรับผู้พิการเข้าทำงานเพราะผู้บริหารมีความเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนได้ ที่นี่ชาญชัยได้เริ่มทำงานด้านเอกสารก่อนที่จะย้ายไปทำฝ่ายการผลิต หลังจากเจ้านายเห็นว่าเขามีศักยภาพและมีความรับผิดชอบ

“ผมเคยคิดน้อยใจตัวเองว่าเป็นแบบนี้ใครจะรับเข้าทำงาน ผมขอขอบคุณพี่ๆ ที่รับผมเข้าทำงาน ที่นี่ (บริษัทฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส์) เปิดประตูให้ผมเดินในโลกใหม่ ให้ผมได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติและต่อสู้ด้วยน้ำแรงของผมเอง”

เมื่อถามถึงอนาคต ชาญชัยบอกว่า เขาอยากจะเก็บเงินเพื่อเปิดร้านมินิมาร์ทเล็กๆ ซึ่งบุญโฮม แม่ของเขาก็เอาใจช่วยและหวังว่าความฝันของลูกชายจะเป็นจริงสักวันหนึ่ง

“ถึงลูกจะพิการ แต่ลูกก็เป็นคนที่มีความสามารถ มีความพยายาม ไม่ท้อ ผลักดันชีวิตขึ้นมาจนมาได้ถึงจุดนี้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่อยู่หลังความสำเร็จของลูก” บุญโฮมกล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น