วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ยูนิเซฟจับมือ กทม.เตรียมตั้งศูนย์สาธิตพัฒนาเด็กปฐมวัย


นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย (ซ้าย) และ ดร. ผุสดี ตามไท รองผู้ว่ากทม. (ขวา) ลงนามความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานเพื่อพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัย © UNICEF Thailand/2014/Sukhum Preechapanich




องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามแผนปฏิบัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย จัดอบรมบุคลากรโรงเรียนในสังกัด และอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก 4,000 คน ก่อนคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาเชิงลึก หวังใน 2 ปี สามารถจัดตั้งศูนย์สาธิตพัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ 10 แห่ง

วันที่ 29 มิถุนายน 2557  องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมลงนามในแผนปฏิบัติการพัฒนาเด็กปฐมวัยและกิจกรรมความร่วมมือ เพื่อมุ่งพัฒนางานด้านการศึกษาของเด็กปฐมวัย (0-6 ปี) โดยมีระยะเวลาดำเนินการแผนปฏิบัติการรวม 2 ปี ประกอบด้วยการอบรมเพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้ให้กับครู และอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กเล็ก ประมาณ 4,000 คน โดยแบ่งเป็น 13 รุ่น

นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการศึกษาปฐมวัยว่ามีความสำคัญ เพราะเป็นการสร้างรากฐานในด้านการพัฒนาทางสติปัญญา สังคม อารมณ์ และร่างกาย ซึ่งจะมีผลต่อคุณภาพของเด็กๆ ในระยะยาว ทั้งนี้ มีหลักฐานทั้งในด้านประสาทวิทยา ชีวโมเลกุล พันธุกรรมมนุษย์ สังคมศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ ที่บ่งชี้ว่าการศึกษาปฐมวัย รวมทั้งประสบการณ์ด้านบวกในวัยเด็กจะเป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาสมอง และความสามารถที่หลากหลาย รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้

“การลงทุนในด้านการดูแลและการศึกษาปฐมวัย ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงมาก ซึ่งจะชดเชยการด้อยโอกาสและความไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กๆ ที่มาจากครอบครัวที่ยากจน” ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าว

ด้าน ดร.ผุสดี ตามไท รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่าปัจจุบันเด็กปฐมวัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีเพียงร้อยละ 66 ที่เข้าถึงการศึกษาระดับปฐมวัย ซึ่งประกอบด้วยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียนอนุบาล กรุงเทพมหานครโดยการบริหารงานของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร มีเป้าหมายที่จะให้เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาระดับปฐมวัยที่มีคุณภาพ ภายในวาระของผู้บริหารชุดนี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาการทำงานอีก 2 ปี 8 เดือน

“ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 312 แห่งใน กทม.จัดตั้งและดำเนินการโดยชุมชน ที่ผ่านมา กทม.ให้การสนับสนุนโดยการจัดงบประมาณเป็นค่าตอบแทนให้กับบุคลากรจำนวนกว่า 2,000 คน อาสาสมัครเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ได้จบการศึกษาโดยตรงด้านการศึกษา บางคนมีวุฒิระดับ ปวช.และ ปวส. กทม.จึงให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมเพื่อยกระดับความรู้ความสามารถของคนเหล่านี้ และความสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ในครั้งนี้ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก”

ในส่วนของเด็กเล็กที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการศึกษา รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า จะมีการสำรวจข้อมูลรายละเอียดในเรื่องสาเหตุที่ทำให้เด็กแต่ละกลุ่มขาดโอกาสทางการศึกษา เพื่อจะมอบหมายให้ส่วนงานรับผิดชอบดูแลจัดการศึกษาสำหรับเด็กทุกกลุ่ม ซึ่งเด็กแต่ละกลุ่มอาจมีความต้องการรูปแบบการศึกษาที่แตกต่างกันออกไป เช่น เด็กในชุมชนที่ยังขาดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือเด็กที่พ่อแม่ทำงานก่อสร้างทำให้อยู่อาศัยไม่เป็นหลักแหล่งที่แน่นอน เป็นต้น

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ได้ดำเนินการวิจัยสมรรถนะเด็กตั้งแต่ 0-5 ขวบ โดยการสนับสนุนขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และได้นำมาใช้ในการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านสมรรถนะสำหรับเด็กปฐมวัย อันเป็นเนื้อหาสำคัญที่จะทำให้ครูและผู้ดูแลเด็กเล็กได้เกิดความเข้าใจ และสามารถพัฒนาเด็กได้อย่างรอบด้าน และการฝึกอบรมบุคลากรการศึกษาสังกัด กทม.ในครั้งนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครโดยการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟฯ จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์สาธิตเพื่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนและโรงเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้าร่วมเรียนรู้ และสามารถยกระดับคุณภาพสถานศึกษาระดับปฐมวัยให้มีการพัฒนาสมรรถนะเด็กเพิ่มมากขึ้นต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น