วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สูญเสียแม่อันเป็นที่รักจากอีโบลา

 
อมาเดา และ อวา น้องสาวของเขา ที่บ้านในเมืองเคเนมา ประเทศเซียร์ราลีโอน © UNICEF Sierra Leone/2014/Bindra


 โดย แอน โบเฮอร์


หลังจากที่สูญเสียมารดาด้วยเชื้อไวรัสอีโบลา เด็กหญิงในประเทศเซียร์ราลีโอนก็ต้องรับภาระเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวของเธอ ตลอดจนใช้ชีวิตอย่างมีความหวังว่าจะได้กลับไปเรียนหนังสืออีกครั้ง

เคเนมา เซียร์ราลีโอน, 16 ตุลาคม 2557 – ตอนตี 4 เด็กชายอมาเดา วัย 4 ปีปลุก แมรี่ พี่สาวของเขา เขาปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และถามพี่สาวว่าแม่ของพวกเขาอยู่ที่ไหน มันเป็นคำถามเดิมๆ ที่เขาถามแทบทุกวันนับตั้งแต่ออกจากศูนย์รักษาอีโบลาในเมืองเคเนมาเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมา

 แมรี่ วัย 15 ปีไม่ใส่ใจกับความน่ารำคาญที่ถูกปลุกให้ตื่น เธอพยายามทำใจให้สงบ เธอพาน้องชายไปยังเตียงนอนของเธอ แล้วจึงแต่งตัวให้เขา

“หนูไม่รู้จะบอกน้องว่าอย่างไร” แมรี่กล่าว “หนูไม่รู้จะอธิบายความตายให้เด็ก 4 ขวบฟังได้อย่างไร ในเมื่อหนูเองยังไม่ค่อยเข้าใจ หนูไม่ควรต้องแบกรับภาระนี้เลย”
 
เมื่อต้องเติบโตก่อนวัย

เด็กเกือบ 600 คนสูญเสียพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนด้วยเชื้ออีโบลานับตั้งแต่มีการระบาดในประเทศ
เซียร์ราลีโอน เด็กๆ ทั่วทั้งทวีปแอฟริกากำลังเผชิญกับรอยมลทินและการไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมและญาติๆ โดยเฉพาะหากพวกเขาเป็นผู้รอดชีวิตจากเชื้ออีโบลา แมรี่ก็เช่นเดียวกัน เด็กๆ เหล่านั้นถูกบังคับกลายๆ ให้ต้องเติบโตก่อนวัย

“แม่ของหนูป่วยหลังจากที่แม่ช่วยดูแลเพื่อนบ้านที่ป่วย” เธอกล่าว “แม่คิดว่าแม่เป็นโรคมาลาเรีย แต่อาการของแม่ทรุดลงอย่างรวดเร็ว พวกเขาเรียกรถพยาบาลซึ่งมารับตัวแม่ไปยังโรงพยาบาลรัฐในเมืองเคเนมา นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูเห็นแม่”

แม่ของเธอเสียชีวิตหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน แต่โรงพยาบาลแจ้งให้เธอทราบเกี่ยวกับความสูญเสียดังกล่าวหลังจากนั้นอีกหนึ่งเดือน

“หนูเสียใจมาก ตอนแม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่จะคอยให้กำลังใจหนู” เธอกล่าว “เรามักจะพูดคุยกัน หัวเราะด้วยกันก่อนเข้านอน เรามีเรื่องสนุกๆ มาเล่าสู่กันฟัง เมื่อไม่มีแม่แล้ว หนูก็ไม่รู้จะคุยกับใคร หนูคิดถึงแม่ คิดถึงความรักและทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านเคยมีให้ ในเวลาที่เราอยู่ด้วยกันตามลำพัง แม่จะเล่าเรื่องของแม่กับพ่อ ความฝันของพวกท่าน และการเดินทางในต่างประเทศของพ่อ ตอนนี้หนูไม่มีสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว”




แมรี่ วัย 15 ปีและน้องชาย น้องสาว ที่บ้านของพวกเขา © UNICEF Sierra Leone/2014/Bindra

เมื่อไม่มีเวลาให้คร่ำครวญ

แม้ว่าเด็กหลายคนจะอาศัยอยู่ในครอบครัวขยายที่สามารถดูแลเด็กเหล่านั้นได้ แต่แมรี่กลับสูญเสียสมาชิกส่วนใหญ่ในครอบครัวด้วยเชื้อไวรัส และต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน

“หนูไม่มีเวลามานั่งคร่ำครวญเกี่ยวกับการตายของแม่ หนูต้องพยายามทำให้อมาเดาและอวา (น้องสาวคนสุดท้อง) มีความสุข” แมรี่บอก“หนูทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน เพื่อนบ้านหวาดกลัวพวกเราในตอนแรก แต่หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประชาสงเคราะห์ได้พูดคุยกับพวกเขาแล้ว พวกเขาก็เริ่มมีน้ำใจแบ่งปันข้าวให้เราเสมอ เราไม่มีอะไรเลย หนูกับน้องๆ กำลังลำบากมาก”

เพื่อนบางคนเลิกคบเธอ เธอเล่า “พวกเขาไม่ต้องการพูดคุยกับหนูอีกต่อไปเพราะพวกเขากลัวหนู น้องสาวของเพื่อนสนิทของหนูก็ติดเชื้ออีโบลา ดังนั้นเธอจึงมีความรู้เกี่ยวกับอีโบลา เราคุยกันเรื่องอีโบลาบ่อยๆ รวมถึงเรื่องที่แม่ของพวกเราป่วย การรับมือกับมัน แล้วก็ความรู้สึกของพวกเรา”

เมื่อยังมีหวัง

“สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือการไม่สามารถกลับไปเรียนได้อีก แม่ของหนูสัญญาว่าหนูจะได้เรียนหนังสือ” แมรี่บอก “แม่อยากให้หนูเป็นพยาบาล ตอนนี้โรงเรียนปิดเทอม แต่หนูกลัวว่าจะไม่ได้กลับไปเรียนอีกเมื่อโรงเรียนเปิดเทอม”

ขณะนี้ ยูนิเซฟกำลังระดมทุนอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ และครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้ออีโบลา แต่จนขณะนี้ได้รับเงินบริจาคเพียงประมาณร้อยละ 40 ของจำนวนที่ต้องการเท่านั้น

แม้จะต้องประสบความยากลำบากที่ไม่เคยคาดคิด แต่แมรี่ยังคงมีความหวัง

“หนูจะดูแลน้องชายและน้องสาว แล้วก็ทุกคน เรารอดชีวิตจากเชื้ออีโบลาเพราะอะไรบางอย่าง ฉะนั้น เราจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้ชีวิตต่อไป"



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น