วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โรงเรียนเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้เป็นภาษาแม่ให้แก่เด็กท้องถิ่น


จากซ้ายไปขวา SitiAishah Hama, Nihanifa, Muhamad Ikram, Makolifi Abu, Mahdi Ali – นักเรียนประถมหนึ่งและประถมสองของโรงเรียนบ้านลดา จังหวัดปัตตานี  
โดยฮิวจ์ เดลานีย์

การเดินทางไปยังจังหวัดปัตตานีทางภาคใต้ของประเทศไทยครั้งล่าสุด ผมได้ไปเยี่ยมเยือนโรงเรียนเล็กๆ แต่น่าสนใจมากแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของเด็ก ตัวผมเองก็เพิ่งย้ายมาประเทศไทยเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้เพื่อทำงานกับองค์การยูนิเซฟในโครงการด้านการศึกษา และยังคงทำความเข้าใจกับระบบการศึกษาและการดำเนินงานของโรงเรียนในประเทศไทย การเยี่ยมชมโรงเรียนบ้านลดา รวมทั้งการพบปะพูดคุยกับคุณครู พ่อแม่ผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน ทำให้ผมเข้าใจสิ่งที่หน่วยงานการศึกษาท้องถิ่นและโรงเรียนกำลังดำเนินการเพื่อจัดการกับความท้าทายในการพัฒนาการศึกษาอย่างมีคุณภาพแก่เด็กทุกคน
SitiAishah Hama, Nihanifa, Muhamad Ikram, Makolifi Abu และ Mahdi Ali เป็นเด็กเล็ก 5 คนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 โดยเป็นนักเรียนจากชุมชนที่พูดภาษามลายูปัตตานีทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งนักเรียนทุกคนในโรงเรียนบ้านลดาก็ใช้ภาษานี้สื่อสารกัน ใน ปี พ.ศ. 2555 โรงเรียนเริ่มใช้ภาษาแม่ในการสอนเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยเป็นแนวทางการวางพื้นฐานการอ่านออกเขียนได้ การเรียนรู้และการเข้าร่วมกิจกรรมในห้องเรียนของเด็กอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

การพูดคุยระหว่างเจ้าหน้าที่โรงเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครอง
นักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองต่างเห็นชอบกับการเรียนรู้ปฐมวัยด้วยภาษาตนเอง “ลูกๆ ผมเข้ากับคนอื่นง่ายขึ้น และมีความมั่นใจมากขึ้น เด็กๆ พูดไทยได้ดีขึ้นและยังอ่านออกง่ายขึ้นด้วย” นาย Doroming ซึ่งเป็นบิดาของเด็กสองคนในโรงเรียน กล่าวด้วยความภาคภูมิใจในตัวลูกและโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำท้องถิ่นก็กล่าวด้วยว่า ตนเข้าใจวิธีการนี้ผิดไปตั้งแต่แรก ตอนนี้เขาคิดในแง่บวกอย่างมาก หลังจากที่เห็นว่าเด็กๆ เติบโตและสามารถเรียนรู้ภาษาของเอง และพัฒนาทักษะการอ่านและเขียนภาษาไทยไปพร้อมกันได้

ภาษาแม่ได้นำมาใช้เฉพาะภาคการศึกษาแรกในช่วงปีที่หนึ่งของชั้นอนุบาลเท่านั้น โดยจะสอนภาษาไทยมากขึ้นตั้งแต่ภาคการศึกษาที่สองเป็นต้นไป และให้เด็กเริ่มจากการพูดเพื่อการเรียนคำศัพท์และความหมาย ในปีที่สองเป็นต้นไป การเรียนภาษาไทยเน้นการเรียนรู้ผ่านการร้องเพลงและการพูด ปัจจุบันนี้ โครงการดำเนินถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แต่ขยายเพิ่มชั้นหนึ่งทุกปี โดยวิธีการนี้จะค่อยๆ ลดทอนการใช้ภาษาแม่เมื่อการอ่านออกเขียนได้เป็นภาษาไทยพัฒนาไปตามชั้นประถมศึกษาตอนต้น

ผมประทับใจความทุ่มเทของคุณครู (ผู้ใช้ภาษามลายูปัตตานีท้องถิ่น) ในการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนในห้องเรียน เพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ภาษาผ่านเทคนิคที่กระตุ้นและเน้นที่ตัวเด็กมากขึ้น ผู้อำนวยการโรงเรียน คุณวันดี อุดมศักดิ์ กล่าวว่าคุณครูได้เข้าร่วมการฝึกอบรม ซึ่งจัดโดยองค์การยูนิเซฟและสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนั้น ทางโรงเรียนยังได้รับอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ช่วยให้คุณครูสามารถปรับตัวเข้ากับวิธีการสอนใหม่ได้

นอกจากนั้น ท่านผู้อำนวยการยังแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงที่ดีของเด็กๆ โดยกล่าวว่า “ในช่วงสัปดาห์แรกของภาคการศึกษา เด็กเล็กมักจะร้องไห้เยอะมาก การเข้าเรียนแล้วไม่เข้าใจอะไรเลยเป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับเด็ก ตอนนี้เด็กๆ รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่จะมาโรงเรียน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคุณครูและเด็กก็ดีขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้” ท่านผู้อำนวยการกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า “แนวทางใหม่นี้สามารถจัดการความท้าทายเกี่ยวกับการอ่านออกเขียนได้ โดยเด็กเล็กจะเรียนรู้การพูดและเขียนภาษาไทยง่ายขึ้นบนฐานของภาษาตนเอง”

ชั้นเรียนอนุบาล
เมื่อผมได้ปฏิสัมพันธ์กับเด็กเล็ก ผมประทับใจที่เด็กๆ ไม่รู้สึกเกรงกลัว หรือเสียสมาธิจากการที่ผมเข้าไปในห้องเรียนเลย ทั้งยังสามารถแสดงออกและกล่าวถึงสิ่งที่ชอบในโรงเรียนตนด้วย SitiAishah Hama กล่าวว่าตนชอบวาดรูป ส่วน Nihanifa ชอบเรียนภาษาไทย ขณะที่ Muhamad Ikram ชอบของเล่นและเกมส์ซึ่งช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ และ Makolifi Abu ได้เริ่มฝึกเขียนในชั้นประถมปีที่ 2 (ในรูปด้านขวาสุด) เขาบอกผมว่า เขาชอบเล่นกับเด็กคนอื่นและชอบที่คุณครูช่วยสอนศิลปะ ผมสังเกตเห็นว่าสิ่งที่เด็กๆ ชอบมักจะเชื่อมโยงกับกระบวนการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ การได้แสดงออก และความสนุกสนานที่ได้รับในโรงเรียน

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนบ้านลดาเป็นโรงเรียนหนึ่งใน 15 แห่งทางภาคใต้ของประเทศไทยที่ได้ใช้การศึกษาด้วยภาษาแม่ โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ และทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงศึกษาธิการ และสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล โครงการดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความสำเร็จทางวิชาการในภาคใต้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเด็กส่วนใหญ่พูดภาษามลายูปัตตานีเป็นภาษาแรก ในการทำงานร่วมกับชุมชน ผู้นำท้องถิ่น นักการศึกษา และพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อพัฒนาและนำใช้หลักสูตรภาษามลายูปัตตานีท้องถิ่นนี้ ทางโครงการได้จัดการฝึกอบรมครูและมอบวัสดุอุปกรณ์การสอนให้แก่โรงเรียน

แนวทางนี้เน้นให้เด็กเป็นศูนย์กลาง และประกันว่าเด็กทุกคนมีโอกาสที่จะเข้าร่วม โดยคุณครูที่ผ่านการอบรมแล้วสามารถประเมินความสนใจและความเข้าใจของเด็ก โครงการยังแสดงให้เห็นความก้าวหน้าของผลการเรียนรู้ในโรงเรียนนำร่อง และจะบันทึกข้อมูลผลเหล่านี้เพื่อที่โรงเรียนอื่นจะได้เรียนรู้จากแนวทางนี้ด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น