วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โรงเรียนขนาดเล็กและการศึกษาอย่างมีคุณภาพ

โดยฮิวจ์ เดลานีย์

โรงเรียนเนินเวียง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนอยู่เพียง 72 คน ซึ่งไม่ใช่กรณีพิเศษแต่อย่างใดในประเทศไทย เนื่องจากโรงเรียนกว่าร้อยละ 50 แห่งจัดเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โดยมีนักเรียนจำนวนไม่เกิน 120 เท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะมีโรงเรียนขนาดนี้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เพราะจำนวนประชากรของประเทศไทยลดน้อยลง โรงเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท

ประภาภัค จัดจาน เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเนินเวียงมากว่า 10 ปี ในโรงเรียนมีคุณครูเพียง 4 ท่าน และที่ผ่านมาท่านได้พยายามจัดให้มีการเรียนการสอนที่มีคุณภาพแก่เด็กๆ ทุกชั้นเรียนตั้งแต่อนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6
เด็กอนุบาลเรียนรู้เกี่ยวกับรูปร่างและขนาด
“เมื่อสมัยก่อน คุณครูต้องสลับสอนจากห้องหนึ่งไปอีกห้องหนึ่ง และมักจะต้องปล่อยเด็กกลุ่มหนึ่งไว้โดยไม่ได้ให้คำอธิบายหรือทำกิจกรรมสำคัญอย่างเต็มที่ในช่วงเวลานั้น” คุณประภาภัคกล่าวระหว่างการเยี่ยมเยือนโรงเรียนและเพิ่มเติมด้วยว่า “แต่นั่นก็เป็นสภาพก่อนที่คุณครูได้รับการฝึกอบรมพิเศษเฉพาะเรื่องการสอนแบบคละชั้นเรียน ซึ่งทำให้เด็กๆ หลายชั้นและระดับความสามารถได้เรียนรู้ด้วยกัน

ระหว่างการเยี่ยมเยือนโรงเรียน ผมสังเกตเห็นคุณครูท่านหนึ่งกำลังสอนเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และ 2 ไปพร้อมๆ กัน ขณะที่คุณครูอีกท่านหนึ่งจัดกลุ่มเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และ 4 เข้าด้วยกัน และใช้วิธีการคล้ายคลึงกันนี้กับเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ส่วนชั้นเรียนเด็กอนุบาลจัดกลุ่มเด็กอายุระหว่าง 3-5 ปีเข้าด้วยกัน โดยให้อยู่ในความดูแลของคุณครูบังอร

จากการสังเกตการทำงานและเรียนรู้ร่วมกันของเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 น้องสองคนโดดเด่นมากในสายตาผม น้องคนแรกชื่อเด็กชายสัตพร (อายุ 12 ปี) และอีกคนชื่อเด็กชายนราวิทย์ (อายุ 11 ปี) ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้อยู่ชั้นเดียวกัน แต่ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน โดยน้องคนที่อายุมากกว่าได้รับมอบหมายอย่างไม่เป็นทางการให้ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของน้องคนที่อายุน้อยกว่า

“วิธีการเช่นนี้มีข้อดีตรงที่เด็กๆ จะได้มีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ของตนเอง และยังทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนมีความตื่นตัวมากขึ้นด้วย” คุณครูสุรีรัตน์กล่าวเมื่อผมเข้าไปร่วมในชั้นเรียน “เด็กที่อายุมากกว่ายังช่วยเอื้อให้นักเรียนรุ่นน้องเรียนรู้ ซึ่งทำให้กระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกันและเด็กทั้งคู่ก็มักจะจดจำเนื้อหาได้มากกว่าด้วย” คุณครูกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “คุณครูต้องทำให้เด็กรุ่นพี่เชี่ยวชาญในเนื้อหาของตนเองก่อนที่จะใช้เวลาช่วยเหลือเด็กอื่น แต่อันนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กจะต้องอธิบายสิ่งที่ตนเองเรียนรู้และเข้าใจแก่ผู้อื่น”
 
เด็กชายนราวิทย์ (ซ้าย) และเด็กชายสัตพร (ขวา) พร้อมกับคุณครูสุรีรัตน์ตรงกลาง
ผมให้ล่ามช่วยแปลถามเด็กว่ารู้สึกอย่างไรกับการเรียนรู้และทำงานร่วมกันแบบนี้ เด็กชายสัตพรเสนอว่า “การเรียนรู้ไปด้วยกันทำให้การเข้าห้องเรียนในแต่ละวันสนุกสนาน และผมก็มีความสุขที่ได้ช่วยน้องนราวิทย์” ส่วนเด็กชายนราวิทย์ ก็กล่าวว่าตนเรียนรู้มากขึ้นและเข้าใจการแก้ไขโจทย์เร็วขึ้นเมื่อได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้องเรียน  

ในการสอนแบบคละชั้นเรียน คุณครูต้องได้รับการฝึกอบรมระดับสูงและเตรียมตัวมากขึ้น คุณครูท่านหนึ่งหรือสองท่านบอกกับผมว่าในช่วงแรก การปรับวิธีการสอนเป็นไปอย่างยากลำบาก คุณครูท่านหนึ่งกล่าวว่า “กุญแจหลัก คือการหาหัวข้อหรือเนื้อหาการเรียนรู้ที่จะนำมาใช้ตอบวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ครอบคลุมมากกว่าการเรียนในชั้นเรียนเดียว จากนั้นก็ต้องแนะนำกิจกรรมให้เด็กในชั้นเรียนตามระดับชั้นและความสามารถของเด็ก ดังนั้น การทำความเข้าใจระดับความสามารถและความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของเด็กแต่ละคนเป็นเรื่องสำคัญ”

ตัวอย่างเอกสารที่พัฒนาโดยองค์การยูนิเซฟเพื่อสนับสนุนการสอนคละชั้นสำหรับคุณครูและโรงเรียน
เอกสารเฉพาะเพื่อการเรียนรู้และการสอนมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณครูที่สอนคละชั้น โดยองค์การยูนิเซฟได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาแนวทางและแผนการจัดการเรียนรู้ที่ทำขึ้นเป็นการเฉพาะเพื่อช่วยให้คุณครูทำงานได้ดีขึ้น การฝึกอบรมร่วมกับคุณครูภายในโรงเรียนและในศูนย์ทรัพยากรการเรียนการสอนท้องถิ่นได้เสริมสร้างทักษะและความมั่นใจให้แก่คุณครูในการใช้แนวทางการเรียนการสอนนี้ ในปัจจุบัน คุณครูจากโรงเรียนกว่า 500 แห่งได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสอนคละชั้นด้วยการสนับสนุนจากองค์การยูนิเซฟ ภาคีความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการยังรวมถึงองค์การยูเนสโกด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังจัดทำเอกสารรวบรวมวิธีการปฏิบัติด้านการสอนคละชั้นที่ดีจากส่วนต่างๆ ของประเทศ 

โรงเรียนขนาดเล็กส่วนใหญ่ในประเทศไทยตั้งอยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งเป็นพื้นที่ด้อยโอกาสเมื่อเทียบกับศูนย์กลางเมืองใหญ่เช่นกรุงเทพมหานคร โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้มีความยากลำบากในการแข่งขับกับโรงเรียนขนาดใหญ่ เพราะมีทรัพยกรสำหรับการจัดหาการศึกษาที่มีคุณภาพแก่เด็กทุกคนไม่เพียงพอ ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลการดำเนินงานของประเทศไทยในการประเมินการเรียนรู้ระหว่างประเทศ โรงเรียนขนาดเล็กกว่ามีผลการดำเนินงานต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับโรงเรียนขนาดใหญ่ในกรุงเทพมหานครและเมืองหลักต่างๆ การสอนคละชั้นเป็นแนวทางหนึ่งจากหลายๆ แนวทางเพื่อจัดการกับความไม่เป็นธรรมในระบบการศึกษา รวมทั้งเป็นการลงทุนและการให้ความสนับสนุนที่มีเป้าหมายเฉพาะเพิ่มขึ้นสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กและโรงเรียนที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่ามาตรฐานเหล่านี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น