วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ถาม-ตอบ 10 ข้อสงสัย ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก มีผลกระทบต่อโภชนาการเด็กและเศรษฐกิจจริงหรือ?



โดย: นภัทร พิศาลบุตร เจ้าหน้าที่สารนิเทศเพื่อการพัฒนา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมของ สนช. ... ทว่า ปัจจุบันยังมีข้อมูลจากหลายแหล่ง ที่โต้แย้งเพื่อคัดค้านร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวอยู่ ยูนิเซฟประเทศไทย จึงขอนำเสนอข้อมูลในลักษณะ ถาม-ตอบ เพื่อให้ทุกๆ คน สามารถเข้าใจคือประโยชน์ของร่าง พ.ร.บ. ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก นี้ และไขข้อข้องใจต่างๆ อาทิ จะมีผลกระทบต่อภาวะโภชนาการเด็กหรือไม่ จะส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างไร

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พันล้านความคิด: เด็กๆ นักคิด เศรษฐกิจก็มั่งคั่ง



ในช่วงวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559 รัฐบาลประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูง (High Level Meeting หรือ HLM) ซึ่งได้จัดมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว (จึงเรียกการประชุมในครั้งนี้ย่อๆ ว่า HLM3) ซึ่งมีตัวแทนระดับสูงกว่า 160 คนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาหารือร่วมกันเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กในสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage หรือ UHC), ความรุนแรงต่อเด็ก (Violence Against Children หรือ VAC) และการคุ้มครองทางสังคมสำหรับครอบครัว (Social Protection for Families) และเนื่องในโอกาสนี้ ยูนิเซฟจึงได้จัดการแข่งขันไอเดียนวัตกรรมทางสังคมขึ้นมา ภายในชื่อ HLM3 Youth Innovation Challenge เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปีได้เข้ามาร่วมแบ่งปันไอเดีย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในด้านสุขภาพ, การยุติความรุนแรง และการคุ้มครองทางสังคม

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟประเทศไทย ชวนเด็กและเยาวชนมาร่วมเป็นแรงผลักดัน ขับเคลื่อนสังคมผ่านเครือข่ายยูรีพอร์ต (U-ReporT)

ยูนิเซฟประเทศไทย ขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสังคม ผ่านเครือข่ายยูรีพอร์ต (U-Report) โครงการริเริ่มแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการส่งเสริมสิทธิในการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน เพราะหนึ่งเสียง สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้

วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การศึกษาปฐมวัยส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร



เรื่องโดย เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา / วิดีโอโดย เมธี เถื่อนทับ

เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2559

เชียงใหม่, 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 – สุชานรี ยาบัว หรือ “น้องอาย” จูงมือพ่อขณะเดินทางไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลเมืองแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ทันทีที่เธอเดินเข้าไปในบริเวณโรงเรียนและสวัสดีคุณครูแล้ว เพื่อนสนิทก็ชวนเธอไปสนามเด็กเล่นเพื่อรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่กำลังสนุกกับของเล่นชิ้นโปรด

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของประเทศไทยช่วยครอบครัวยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


 
อภิญญา สัตตารัมย์ กำลังประคองลูกน้อยของเธอชื่อ น้องเพลง ซึ่งต้องให้อาหารทางสายยาง
© UNICEF Thailand/2016/Jingjai N


ผู้เขียน
เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ แอนดี้ บราวน์ องค์การยูนิเซฟ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

อภิญญาเป็นหญิงวัย 27 ปี เธอมีบุตรสองคน คนโตอายุ 8 ขวบ ส่วนในภาพคือบุตรคนเล็กของเธอชื่อ น้องเพลง น้องเพลงเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2558 เขามีร่างกายเล็กและบอบบาง ที่แก้มซ้ายมีเทปติดยึดสายยางสำหรับให้อาหาร และเหนือหน้าผากมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ น้องเพลงไม่สามารถกินนมจากอกแม่เนื่องจากมีปัญหาสำลักน้ำคร่ำขณะคลอด อภิญญาจึงต้องออกจากงานเพื่อใช้เวลาทั้งหมดในการดูแลบุตรคนนี้

อภิญญาเล่าว่า "เพลงกินนมจากอกแม่ไม่ได้ ดิฉันจึงต้องให้อาหารลูกทางสายยาง และต้องใช้จ่ายเดือนละ 2,000 ถึง 3,000 บาทสำหรับเลี้ยงดูเขา"

ครอบครัวของอภิญญามีฐานะยากจนมาก พวกเขาอาศัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย บ้านของอภิญญาถูกสร้างขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีสภาพทรุดโทรมมาก ครอบครัวนี้ดำรงชีวิตโดยอาศัยรายได้จากสามีของอภิญญา ซึ่งทำงานในร้านจำหน่ายเครื่องมือและวัสดุก่อสร้าง โดยได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาทที่อภิญญาได้รับเนื่องจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบครัวนี้ก็ต้องดำรงชีวิตอย่างอัตคัดขัดสน

วันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559

ผลกระทบของความรุนแรงในโรงเรียนต่อเด็ก และแนวทางสำหรับโรงเรียนที่เป็นมิตรกับเด็ก



ผลกระทบของความรุนแรงในโรงเรียนต่อเด็ก และแนวทางสำหรับโรงเรียนที่เป็นมิตรกับเด็กในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายท่านอาจได้ยินได้เห็นข่าวเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียนบ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนควรจะเป็นสถานที่ที่เด็กได้รับความรู้และพัฒนาตนเอง แต่ทำไมเราถึงยังได้ยินข่าวทำนองนี้บ่อยนัก? แล้วผลกระทบของความรุนแรงเหล่านี้ ส่งผลอย่างไรกับตัวเด็กบ้าง และเราจะมีแนวทางอย่างไรในการให้ความคุ้มครองแก่พวกเขา เพื่อให้โรงเรียน ได้เป็นสถานที่ที่พวกเขาเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และปลอดภัย

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ห้องสมุดเคลื่อนที่ สวัสดีค่ะ!


เรื่องโดย: Murni Hoeng

ยังจำโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ของเราได้ไหมเอ่ย? ถ้าหากใครจำไม่ได้ ลองไปอ่านบล็อก "นำหนังสือไปให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล" นะคะ  เรามีความคืบหน้าล่าสุดของโครงการมาฝากคุณจากแม่ฮ่องสอนค่ะ!

ป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้วที่ห้องสมุดเคลื่อนที่เดินทางมาถึงโรงเรียนห้วยฮุง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นชนเผ่าลาหู่กำลังเตรียมตัวรับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวที่นักเรียนรุ่นพี่ลงครัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าหน้าที่ของเราทั้งสองคนถือโอกาสรับประทานอาหารและพักผ่อนหลังจากขับรถมาสองชั่วโมงครึ่งบนถนนที่คดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาของภาคเหนือของไทย

วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2559

นมแม่แน่แค่หกเดือน จริงหรือ? ทำอย่างไรจึงให้นมลูกได้ถึงสองปีหรือนานกว่า?


เขียนโดย: นภัทร พิศาลบุตร, คงเดช กี่สุขพันธ์

ปัจจุบัน คุณแม่ยุคใหม่ได้หันมาให้ความสนใจเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มากขึ้น เนื่องจากได้ข้อมูลว่านมแม่มีประโยชน์ต่อลูกน้อยมากมาย ทว่าหลายคนยังมีความเข้าใจว่านมแม่มีประโยชน์ในช่วงแค่ 6 เดือนแรกเท่านั้น ที่สำคัญ ยังมีแพทย์และพยาบาลจำนวนไม่น้อยที่ยังให้คำแนะนำว่าให้หยุดนมแม่ และเสริมนมผงแก่ลูกหลัง 6 เดือน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อที่ไม่ถูกต้องนี้ ... แต่นมแม่ ดีแค่ 6 เดือนจริงหรือ? และหากคุณแม่อยากให้นมลูกนานกว่า 6 เดือน จะทำได้อย่างไร?

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กิจกรรมให้ความรู้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไป ในการปกป้องคุ้มครองเด็กแก่แฟนคลับของนิชคุณ หรเวชกุล


อนแรกที่ได้รับการชวนว่าให้ไปทำกิจกรรมให้ความรุ้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไปในการปกป้องคุ้มครองเด็กที่ชุมชนสะพานศิริ แถวรังสิต  ดูสถานที่แล้วท้อ ไกลมาก ไกลได้อีก และนัดเช้ามาก เราซึ่งปกติถ้าเป็นวันอาทิตย์จะนอนพักผ่อน แต่ด้วยความที่เป็นโปรเจคทำกิจกรรมเนื่องในวันเกิดนิชคุณของทางยูนิเซฟเลยไม่ลังเลที่จะตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ความรู้สึกก่อนไปคือเด็กในชุมชนจะเป็นยังไงนะ ทำให้เรากังวลไปหลายประการได้ แต่พอเช้าวันนัด ทีมงานยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน (เฟรนด์ ประเทศไทย) ยืนรอ ยิ้มแย้มต้อนรับพวกเราแฟนคลับกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าโรงเรียน บรรยากาศดีมาก (เหมาะกับการนอนต่อ) พอถึงเวลาเริ่มกิจกรรม ทุกคนมากันครบ เริ่มด้วยการแนะนำโครงการของเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน ที่ทำเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กๆปลอดภัยและรู้จักสิทธิของตนเองได้อันดับแรก ก็คือ สถาบันครอบครัวที่ต้องช่วยกันดูแลเด็กๆ ของตน รวมถึงอธิบาย กฎเกณฑ์ ข้อควรปฎิบัติ สภาพแวดล้อมของชุมชน ก่อนจะเข้าไปเจอของจริง “ทีมงานขอไม่ให้พวกเราให้เงินหรือของกับคนในชุมชน เพราะไม่อยากให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งพอได้ฟังถึงเหตุผลแล้ว รู้สึกดีเห็นด้วยกับแนวคิดนี้”

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีในการเสริมสร้างเรียนรู้ของเด็กๆ: กรณีศึกษา เกม Pokémon Go

ที่มาของภาพ: http://www.pokemongo.com/

ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย

วันนี้เป็นวันแรกที่เกม Pokémon Go เปิดให้เล่นในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และไม่น่าแปลกใจที่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง บนไทม์ไลน์ของโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็เต็มไปด้วยการพูดถึงเกมเกมนี้ เพราะเป็นเกมที่กระแสดังไปทั่วโลก ในประเทศไทยเอง ภาครัฐก็เล็งที่จะนำเกม Pokémon Go นี้ มาใช้ในการช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยอาจร่วมมือกับบริษัทผู้พัฒนาเกม ในการนำมอนสเตอร์ในเกมที่เรียกว่า โปเกมอน ไปปล่อยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ไปร่วมสนุกในการตามหา และตามจับ

ซึ่งสำหรับพ่อแม่ ครอบครัว และเด็กๆ เกมอย่าง Pokémon Go นี้ ก็อาจจะเป็นเครื่องมือที่ดีในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ภายในครอบครัว หรือครูอาจารย์ ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอนเด็กๆ ผ่านการเล่นเกมนี้ได้ หากพ่อแม่ ครอบครัว หรือครูอาจารย์ มีความเข้าใจเกี่ยวกับเกมนี้ และประยุกต์ใช้ระบบของเกมร่วมกับกิจกรรม ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ได้แล้ว ยังช่วยให้พ่อแม่และครูอาจารย์ได้ดูแลเด็กๆ ในระหว่างการเล่นได้แบบเนียนๆ อีกด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

มาร่วมผลักดันกฎหมายเพื่อควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กในประเทศไทย



เขียนโดย: นภัทร พิศาลบุตร, คงเดช กี่สุขพันธ์

เชื่อหรือไม่ว่า จากผลสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติและองค์การยูนิเซฟ ในปี พ.ศ.2555 พบว่า มีทารกในประเทศไทยเพียง 12% เท่านั้นที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกหลังตลอด ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญในการที่จะทำให้เด็กมีสุขภาพและพัฒนาการที่ดี และเป็นพื้นฐานที่มั่นคงเพื่ออนาคตของชาติ

เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุด และมีหลักฐานทางวิชาการยืนยัน องค์การอนามัยโลกและองค์การยูนิเซฟ ก็ได้แนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกหลังคลอด และเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยจนลูกอายุ 2 ปี หรือมากกว่านั้น

วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่หายไป... ถูกพบ... หายไปอีก และปลอดภัยในที่สุด

เล่าเรื่องโดย วิคทอเรีย วอท



กรุงเทพฯ วันที่ 28 มิถุนายน 2559 -  เมื่อเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2556 ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาวิตกกังวลมากเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่เดินเตร่อยู่บนสะพานลอยในบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนสัญจรคับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ชายผู้นี้เดินทางไปทำงานและกลับบ้านผ่านบริเวณนี้ทุกวัน และพบเห็นเด็กชายคนเดิมเดินเตร่อย่างไร้จุดหมายในบริเวณดังกล่าวทุกวันเช่นกัน ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็ก เขาจึงโทรศัพท์มาที่ยูนิเซฟโดยหวังว่าเราจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่เด็กคนนี้ได้บ้าง ดิฉันรู้ว่าองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่งที่เป็นพันธมิตรของยูนิเซฟชื่อ องค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีโครงการเพื่อน เพื่อน และมีการดำเนินงานในพื้นที่นั้น จึงรีบโทรศัพท์ไปหาด้วยความหวังว่าพวกเขาอาจมีการติดต่อกับเด็กชายคนนี้ และทันทีที่ทราบเรื่อง โครงการเพื่อน เพื่อน ขององค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลก็ส่งทีมช่วยเหลือออกตามหาเด็ก

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ไอโอดีน กับ สุขภาพของเด็กไทย


นับตั้งแต่เมื่อสภาการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีนนานาชาติ (International Council for Control of Iodine Deficiency Disorders หรือ ICCIDD) ได้ทูลเกล้าถวายเหรียญทอง ICCIDD แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2540 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเห็นชอบให้ วันที่ 25 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันไอโอดีนแห่งชาติ แต่ทราบหรือไม่ว่า เพราะเหตุใด การขาดสารไอโอดีนจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ จนถึงขนาดที่จะต้องมีสภาการควบคุมในระดับนานาชาติ และในประเทศไทยต้องมีวันไอโอดีนแห่งชาติกันเลยทีเดียว?

ยังจำกันได้ไหม เมื่อหลายปีก่อน มีการพาดหัวข่าวเรื่องผลสำรวจที่พบว่าเด็กไทยมีไอคิวที่ลดต่ำลงจนเกือบต่ำกว่าระดับมาตรฐานสากล ซึ่งแม้ว่าสาเหตุอาจมาได้จากหลายปัจจัย แต่หนึ่งในนั้นก็อาจมาจากโรคขาดสารไอโอดีน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของความทุพพลภาพทางสติปัญญาของโลก ซึ่งมีงานศึกษาที่ชี้ให้เห็นว่าการขาดสารไอโอดีนในเด็ก ส่งผลกระทบต่อระดับการพัฒนาของสติปัญญาได้

วันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2559

โลกออนไลน์: คุณไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งที่คุณโพสต์


ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

เวลาได้เห็นคนเข้ามาดูข้อความ ภาพถ่าย หรือวิดีโอ บนโซเชียลมีเดีย ได้เห็นว่ามียอดวิวสูงๆ มีคนแชร์ มีคนกดไลค์กันเยอะๆ มันทำให้หลายๆ คนพึงพอใจ และด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์พื้นฐาน พฤติกรรมการโพสต์ข้อความ โพสต์ภาพ โพสต์วิดีโอ จึงเกิดขึ้นซ้ำๆ อีก ด้วยความคาดหวังว่าจะได้เห็นยอดวิวเยอะๆ ได้เห็นว่ามีคนกดไลค์ กดแชร์กันมากๆ

แต่ก็เป็นที่ทราบกันว่าบนโลกออนไลน์ แม้ว่าจะมีโอกาสรอเราอยู่มาก ทว่า เหรียญมีสองด้านฉันใด โลกออนไลน์ก็มีสองด้านฉันนั้น ด้านหนึ่งเปี่ยมไปด้วยโอกาส ทั้งในการแสดงความสามารถ เราได้เห็นหลายคนสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ จากการแสดงความรู้ ความสามารถบนโลกออนไลน์ แต่อีกด้านหนึ่งก็มีภัยคุกคามต่างๆ อาทิ การล่วงละเมิด การล่อลวง การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์

สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือ บ่อยครั้งที่ผมได้เห็นตามข่าว ความเห็นบนโซเชียลมีเดีย เวลาที่มีดราม่าบางเรื่อง หลายคนยังมีความเชื่อว่าโซเชียลมีเดีย เป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สามารถจะโพสต์อะไรก็ได้ที่อยากจะโพสต์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการขาดความตระหนักว่าพื้นที่ดังกล่าว หากไม่ได้ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้เหมาะสม ก็จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่ส่วนตัวอย่างเต็มปาก

วันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ขอขอบคุณผู้บริจาคที่ช่วยเหลือเด็กและครอบครัวชาวเนปาลที่,

เมื่อวันที่ 25 เมษายน และ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สองครั้งในประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 9,000 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกกว่า 22,300 คน นอกจากนี้อาฟเตอร์ช็อกที่ตามมาและเหตุการณ์ดินถล่มก็ทำให้ผู้คนตกอยู่ในความหวาดกลัว บ้านเรือนกว่า 890,000 หลังถูกทำลาย ห้องเรียนกว่า 32,000 แห่งถูกทำลายหรือเสียหายจนใช้การไม่ได้ เด็ก ๆ กว่า 1 ล้านคนต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน

แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้บริจาคทุกท่าน ทำให้ยูนิเซฟประเทศไทยสามารถระดมเงินบริจาคได้ถึง 76.8 ล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในด้านต่าง ๆ เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเนปาล อินโฟกราฟิกต่อไปนี้ จะแสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนของผู้บริจาคทุกท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยนับแสน ๆ ครอบครัวในประเทศเนปาลให้เริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้หลังจากภัยพิบัติแผ่นดินไหวได้อย่างไร

วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

การศึกษาเพื่อสร้างอนาคต

ประเทศเนปาล ยูนิเซฟช่วยฟื้นฟูการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

โดย มัลลิกา อารยาล (Mallika Aryal)

เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล - ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้า ที่หมู่บ้านขนาดเล็กชื่อ Kavresthali ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเกือบ 10 กิโลเมตร รันจิตา ภัณฑรี อายุ 16 ปี ตื่นขึ้นได้ชั่วโมงเศษแล้ว เธออยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อสีกรมท่า ผ้าผูกคอลายแถบ กระโปรงจีบสีกรมท่า ถุงเท้ายาวสีดำ และรองเท้าสีดำที่ขัดไว้อย่างดี ผมยาวของของเธอถูกมัดไว้เรียบร้อยไม่ให้บังใบหน้า รันจิตายืนกระสับกระส่ายอยู่นอกบ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมขนาดเล็กทำด้วยแผ่นสังกะสีกับผ้าใบ

รันจิตากำลังจะเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC) เป็นการสอบระดับประเทศซึ่งนักเรียนเกรดสิบต้องสอบผ่าน ก่อนเข้าเรียนต่ออีกสองปีในระดับมัธยมปลาย สำหรับปีนี้ มีเด็กกว่า 600,000 คนทั่วประเทศเนปาลที่เข้าร่วมการสอบดังกล่าว ซึ่งมักถูกกล่าวขานว่าเป็น "ด่านเหล็ก"

"การสอบครั้งนี้จะเปิดโอกาสมากมายให้กับหนู" รันจิตาอธิบาย "เป็นประกาศนียบัตรที่พวกเขาจะขอดูจากหนูก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายและวิทยาลัย รวมถึงการสมัครงาน หรือหากหนูต้องการไปต่างประเทศเพื่อทำงานหรือเรียนต่อ"

แม่กำลังกอด รันจิตา พานดารี (Ranjita Bhandari) อายุ 16 ปี นอกเพิงพักชั่วคราวของครอบครัว ก่อนที่รันจิตาจะไปเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC)
Kiran Panday ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ 

ยืนด้วยขาตนเองอีกครั้งโดย Akriti กำลังได้กลับไปเข้าเรียน

เรื่องราวชีวิตใหม่ของเด็กหญิงที่เคยอยู่ในภาวะขาดสารอาหารจนเกือบเสียชีวิต

โดย Naresh Newar

ลลิตปูร์, เนปาล – ยูนิเซฟเข้ามาในชีวิตของเด็กหญิง Akriti Banskota วัยสี่ขวบได้เป็นเวลาเก้าเดือนแล้ว เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างว่าโภชนาการชุมชนสามารถสร้างความแตกต่างในการลดภาวะขาดสารอาหารรุนแรงในประเทศได้อย่างไร

Akriti Banksota วัย 4 ขวบ กับเพื่อนๆ ในศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัย (ECD) ในหมู่บ้านชาปาคาวัน เมืองลลิตปูร์
รูปถ่ายโดย Narendra Shrestha สำหรับยูนิเซฟ

Akriti ได้รับการตรวจพบว่ามีอาการขาดสารอาหารรุนแรงเรื้อรังจากโครงการด้านภาวะโภชนาการฉุกเฉินที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ ซึ่งเริ่มขึ้นในชุมชนที่เด็กหญิงอาศัยอยู่หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นเวลา 2 เดือน

“มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่เห็นน้องเค้าหัวเราะ พูดคุย และวิ่งไปรอบ ๆ” Kriti KC นักโภชนาการอาชีพสาวซึ่งทำงานกับศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาสังคม (SDPC) ภาคียูนิเซฟ กล่าว เธอหวนนึกถึงตอนแรกที่ได้เจอกับ Akriti ว่าเป็นเด็กที่เงียบมาก

10 ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน

แปลและเรียบเรียงโดย คงเดช กี่สุขพันธ์, ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย


เนื่องในวันที่ 24-30 เมษายนนี้ เป็นสัปดาห์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโลก หรือ World Immunization Week ยูนิเซฟประเทศไทยเลยถือโอกาสเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสักหน่อยนะครับ

ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังมีคนเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่าความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟช่วยบำบัดภาวะบอบช้ำทางจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

โดย Mallika Aryal

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กำลังทำงานในครัวของเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
Prakash Mathema ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ

เขต Nuwakot ประเทศเนปาล - ตอนสายของวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่หมู่บ้าน Charghare ในเขต Nuwakot ทางตะวันออกของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นางกมลา ราย เพิ่งตื่นจากการงีบหลับไปพร้อมกับลูกชายแรกเกิดซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของเธอ กมลาปล่อยให้ทารกที่ยังหลับสนิทนอนอยู่ในบ้านและออกไปเรียกลูกสาวสามคนให้มาช่วยกันซักผ้า ซึ่งเป็นภารกิจปกติทุกวันเสาร์ของครอบครัว ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่เธอคิดถึงคือทารกน้อยซึ่งกำลังหลับอยู่ในบ้าน และกรีดร้องพลางวิ่งเข้าไปหาลูก

"หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ" กมลาเล่าในบ่ายวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะนั่งอยู่ในเพิงพักชั่วคราว

เพิงพักของกมลามุงด้วยสังกะสีและใช้ผ้าใบแทนฝาบ้าน ภายในเพิงมืดมากขณะที่เธอหั่นผักสำหรับมื้อค่ำ ส่วนพื้นของเพิงก็เย็นเฉียบ

"ตอนที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของดิฉันได้จากไปแล้ว" เธอพูดทั้งน้ำตา "แผ่นดินไหวพรากลูกของดิฉันไป"

หลังเหตุแผ่นดินไหว กมลาต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

"ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลย หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป" เธอบอก

การได้กลับบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

เติบโตขึ้นที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แม่วัยสาวต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวที่เกิดในวันที่เกิดภัยพิบัติ

โดย Avinashi Paudel

อมิตา กูรุง อุ้มลูกสาววัย 11 เดือน อาภิตา ในหมู่บ้าน Chomar, Photo by Chandra Shekhar Karki for UNICEF.

กอร์ขา เนปาล - “ฉันรักลูกสาวฉันมากที่สุดในโลก” อมิตา กูรุงกล่าว ขณะอุ้มทารกน้อยอาภิตาแน่น “แต่เมื่อฉันคิดถึงวันที่เค้าเกิด ฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้”

วันนั้นเป็นวันที่แผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นที่ตอนกลางของเนปาลในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยหมู่บ้านของ อมิตาตั้งอยู่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

มันเป็นช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่น่าเบื่อวันหนึ่ง อมิตาตั้งท้องได้เก้าเดือนกำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงรัวเร็วและเสียงน้องสาวตะโกน “แผ่นดินไหว แผ่นดินไหว” อมิตาพาท้องแก่ออกมาจากบ้านที่กำลังพังทลายขณะที่ทุกสิ่งสั่นไหวเป็นเสมือนฝันร้ายสำหรับแม่วัยสาวคนนี้

ในคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน (VDC) Barpak ของหมู่บ้าน Snan ประชาชนได้รวบรวมและเก็บอาหารจากเศษซากของร้านค้าหมู่บ้าน อมิตารู้สึกปวดท้องหลังจากแผ่นดินไหวไม่กี่ชั่วโมง เธอบอกพ่อตาและเขาก็รู้ทันทีว่าอมิตาปวดท้องคลอด ไม่นานหลังจากนั้น อมิตาจึงถูกนำตัวเข้ามาในคอกวัว

หลังปวดท้องคลอดอย่างรุนแรงเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เสียงร้องแรกของอาภิตานำพาชีวิตกลับมายังหมู่บ้าน Snan อีกครั้ง ครอบครัวและชาวบ้านต่างรู้สึกกลัวเกรงพลังธรรมชาติที่สามารถสร้างหายนะและเบ่งบานได้ในเวลาเดียวกัน

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559

การศึกษากำลังวิ่งไปหาเด็ก


ผู้เขียน: ธิดาวรรณ อัศวพงศ์สวัสดิ์ ผู้ช่วยสารนิเทศ ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

"ถ้าเด็กเดินทางมาโรงเรียนไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปหาเด็ก" เป็นคำที่ก้องอยู่ในหัวและจับใจฉัน ตอนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเขตอำเภอบางปะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน พูดถึงความเป็นมาของโครงการโรงเรียนหย่อมบ้าน (โรงเรียนที่สร้างขึ้นตามพื้นที่ห่างไกลเพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเข้าเรียน) และ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ (คือรถที่บรรทุกหนังสือไปให้เด็กๆในโรงเรียนที่ขาดแคลนได้อ่าน) ทั้งสองโครงการเป็นความร่วมมือของกระทรวงการศึกษา กับยูนิเซฟและพันธมิตรที่ต้องการนำการศึกษาเข้าไปหาเด็กทุกคน "เพราะการศึกษาของเด็กนั้นสำคัญ เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับอย่างเท่าเทียมกัน"

วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

10 ข้อเท็จจริงควรทราบ สำหรับวันสตรีสากล 8 มีนาคม 2559


นิวยอร์ก, 7 มีนาคม 2559:   เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล และวันครบรอบ 20 ปีปฏิญญาปักกิ่งและแผนปฏิบัติการปักกิ่งในการส่งเสริมสตรีในอำนาจและการตัดสินใจ ยูนิเซฟขอนำเสนอข้อมูลทางสถิติและแนวโน้มเกี่ยวกับเรื่องเด็กหญิงและสตรีในหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้

เรื่องน้ำและสุขาภิบาล 
  • มีผู้หญิงและเด็กหญิงอย่างน้อย 500 ล้านคนที่ยังขาดแคลนพื้นที่ส่วนตัวในการเปลี่ยนผ้าอนามัยในช่วงที่มีประจำเดือน ซึ่งจำนวนนี้เทียบเท่ากับจำนวนของเพศหญิงทุกคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว 
การคุ้มครองเด็ก 
  • เกือบครึ่งหนึ่งของเด็กหญิงวัย 15-19 ปีทั่วโลก หรือกว่า 126 ล้านคน คิดว่าการที่สามีทุบตีหรือทำร้ายภรรยานั้นเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ 
  • ปัจจุบัน ทุก ๆ 1 ใน 4 คน ของเด็กสาวทั่วโลกในปัจจุบันต้องแต่งงานในวัยเด็ก เมื่อเทียบกับเมื่อช่วงปีต้นยุค 80s ซึ่งทุก ๆ 1 ใน 3 คนของเด็กสาวต้องแต่งงานในวัยเด็ก ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิงที่แต่งงานก่อนอายุ 18 ปีลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา 
  • ในภาพรวม โอกาสที่เด็กผู้หญิงจะถูกขลิบอวัยวะเพศลดลงไปราว 33% เมื่อเทียบกับเมื่อ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา 

วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พลังแห่งโซเชียลมีเดีย สานฝันเด็กตัวน้อย

มูร์ตาซ่ากำลังโชว์เสื้อทีมอาร์เจนตินาพร้อมลายเซ็นที่เขาได้รับจากทูตยูนิเซฟ ลิโอเนล เมสซี่

ผู้เขียน:  คงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

หลังจากได้รับการแชร์กันบนโลกโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย กับภาพของหนูน้อยที่ใส่เสื้อบอลเบอร์ 10 ของลีโอเนล เมสซี่ เพียงแต่เสื้อที่หนูน้อยใส่นั้นเป็นแบบทำขึ้นมาเองจากถุงพลาสติก แล้วเขียนหมายเลข และชื่อของเมสซี่ลงไป ในที่สุด หนูน้อย มูร์ตาซ่า อาห์มาดี้ วัย 5 ขวบ ก็ได้เสื้อแข่งทีมชาติอาร์เจนตินาเบอร์ 10 ของจริง พร้อมลายเซ็นของเมสซี่แล้ว หลังจากเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยูนิเซฟได้ทำการส่งมอบเสื้อพร้อมลายเซ็นจำนวน 2 ชุด (ชุดทีมชาติอาร์เจนตินา และ ชุดทีมบาร์เซโลน่า) พร้อมกับลูกฟุตบอล ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงสิทธิของเด็กในการที่จะได้เล่นในสิ่งที่ตนอยากเล่น

สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีพลังของผู้คนบนโลกโซเชียล ที่ช่วยกันแบ่งปันจนเกิดเป็นกระแส และนำไปสู่การเสาะหาที่อยู่ของเด็กน้อยวัย 5 ขวบคนนี้ และทำให้ฝันของเขาเป็นจริงในที่สุด

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟกับภารกิจเชื่อมโยงเสียงของเด็กๆ ด้วยเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่

นายแอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ใน Keynote หัวข้อ Mobile is Digital Inclusion ที่งาน Mobile World Congress 2016 
ผู้เขียน: คงเดช กี่สุขพันธ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร (ดิจิทัล) ขององค์การยูนิเซฟประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ในงาน Mobile World Congress ที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน นายแอนโทนี่ เลค ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ได้ขึ้นเวทีให้ Keynote ในหัวข้อ Mobile is Digital Inclusion ซึ่งใจความสำคัญคือ ประโยชน์ของการสื่อสารผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการพลิกโฉมการทำงานขององค์การยูนิเซฟ ยังช่วยให้ยูนิเซฟสามารถบรรลุเป้าหมายขององค์กรได้อีกด้วย

เช่น ในประเทศแทนซาเนีย ซึ่งแต่ก่อนพบว่าเด็กๆ กว่า 80% นั้นไม่ได้รับการลงทะเบียนแจ้งเกิด ส่งผลให้รัฐบาลไม่สามารถวางแผนด้านการให้บริการสาธารณสุข การศึกษา และบริการสาธารณะอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม ส่งผลกระทบต่อเด็กๆ สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะการลงทะเบียนแจ้งเกิดนั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.6 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง เมื่อเทียบกับอัตราค่าครองชีพของผู้คนในแถบชนบทของประเทศแทนซาเนียที่ประมาณ 1 เหรียญสหรัฐต่อวัน แต่ด้วยเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยูนิเซฟได้ร่วมกับหน่วยงานทะเบียนของรัฐบาลแทนซาเนียและบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำระบบลงทะเบียนเกิดฟรีผ่านทาง SMS ซึงคาดว่าภายใน 5 ปี จะช่วยให้เด็กเกิดใหม่กว่า 90% ได้รับการลงทะเบียนแจ้งเกิด

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

พายุไซโคลนวินสตัน: จากมุมมองของเด็ก ๆ


ชุมชนทั่วทั้งฟิจิถูกทำลายลงจากพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเด็ก ๆ ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ด้วยความเร็วลมกว่า 320 กิโลเมตรต่อชั่วโมงของพายุไซโคลนวินสตันและฝนที่ตกกระหน่ำรุนแรง ทั้งหมู่บ้านถูกทำลายราบเป็นหน้ากลอง

ยูนิเซฟได้เริ่มเข้าไปให้การช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยคาดการณ์ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากพายุไซโคลนนี้ประมาณ 400,000 คน โดยเป็นเด็กประมาณ 165,000 คน บ้านเรือนนับพัน ๆ หลังเสียหาย โรงพยาบาล โรงเรียน และแหล่งน้ำได้รับผลกระทบรุนแรง ความเสียหายที่เกิดกับพืชไร่และปศุสัตว์ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนอาหาร

เด็ก ๆ ชาวฟิจิได้เล่าถึงประสบการณ์อันน่าสะพรึงกลัวจากค่ำคืนที่ต้องหลบภัยจากพายุไซโคลนวินสตัน

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความเข้าใจผิด และข้อเท็จจริง 3 ประการ เกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา


1. ความเข้าใจผิด: การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาจะเป็นแรงกระตุ้นให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์

ความจริงแล้ว: มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโปรแกรมการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา มีส่วนช่วยให้วัยรุ่นชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลง 

การศึกษาโดยองค์การอนามัยโลก ชี้ให้เห็นว่าการสอนให้วัยรุ่นรู้จักเรื่องการคุมกำเนิด ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เพิ่มข้น หรือนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 1 2 3 4

นอกจากนี้ จากการประเมินผลการสอนให้วัยรุ่นเข้าใจเรื่องเพศศึกษา พบว่ามีส่วนช่วยให้พวกเขาชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลง และในกรณีของกลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็พบว่ามีส่วนช่วยให้ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง และช่วยให้พวกเขาใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วย 5 6 7

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

7 “ไม่” และ 3 “ควร” ที่จะช่วยให้เด็ก ๆ ปลอดภัยบนโลกออนไลน์


เป็นที่ยอมรับกันว่าเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ช่วยให้ผู้คนบนโลก รวมถึงเด็ก ๆ สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลความรู้ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง ทำให้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูล และในขณะเดียวกัน ก็ยังเปิดโอกาสต่าง ๆ มากมาย ให้กับเด็ก ๆ ในการมีส่วนร่วมในการแสดงออกถึงความเห็นของพวกเขาอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่ออินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้โดยทุกคน ก็เป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีภัยคุกคามบางอย่าง ซึ่งหากขาดความรู้ความเข้าใจที่ดี ก็อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเด็ก ๆ ได้เช่นกัน

เนื่องด้วยวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 นี้เป็นวันอินเทอร์เน็ตปลอดภัย หรือ Safe Internet Day ยูนิเซฟจึงขอแนะนำ 7 “ไม่” และ 3 “ควร” เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่จะช่วยให้ เด็ก ๆ ปลอดภัยบนโลกออนไลน์

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

ประโยชน์อันมากมายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา วารสารทางการแพทย์ The Lancet ได้ตีพิมพ์บทความชุด “นมแม่” ซึ่งแสดงถึงหลักฐานจากงานวิจัยต่าง ๆ ที่สรุปให้เห็นว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นไม่ได้สำคัญกับเพียงแค่ประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น หากแต่มีความสำคัญต่อทุกคน ทุกประเทศ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน โดยหลักฐานแสดงให้เห็นว่า นมแม่ทำให้คนในโลกมีสุขภาพดีขึ้น ฉลาดขึ้น และเท่าเทียมกันมากขึ้น

ประโยชน์ของนมแม่ต่อเด็ก ๆ
ประโยชน์โดยตรงของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็คือประโยชน์ที่ได้แก่เด็ก ๆ นั่นเอง ซึ่งหลักฐานจากงานวิจัยต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า
เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่มานาน จะมีโอกาสเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อน้อยกว่าเด็กที่กินนมแม่น้อย หรือไม่ได้กินเลย
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง สามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในเด็กได้ 26%
เด็กและวัยรุ่นที่กินนมแม่ทำได้คะแนนในการวัดไอคิวได้ดีกว่าประมาณ 3.4 จุด (เมื่อควบคุมปัจจัยที่เป็นตัวแปร เช่น การกระตุ้นพัฒนาการที่บ้าน แล้ว)
งานวิจัยในประเทศบราซิล ซึ่งติดตามเด็กถึง 30 ปี พบว่า นมแม่มีผลต่อเชาว์ปัญญาของเด็ก ต่อการเข้าเรียน และต่อรายได้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่