วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

ประโยชน์อันมากมายของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่



เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา วารสารทางการแพทย์ The Lancet ได้ตีพิมพ์บทความชุด “นมแม่” ซึ่งแสดงถึงหลักฐานจากงานวิจัยต่าง ๆ ที่สรุปให้เห็นว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นไม่ได้สำคัญกับเพียงแค่ประเทศกำลังพัฒนาเท่านั้น หากแต่มีความสำคัญต่อทุกคน ทุกประเทศ ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจน โดยหลักฐานแสดงให้เห็นว่า นมแม่ทำให้คนในโลกมีสุขภาพดีขึ้น ฉลาดขึ้น และเท่าเทียมกันมากขึ้น

ประโยชน์ของนมแม่ต่อเด็ก ๆ
ประโยชน์โดยตรงของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ก็คือประโยชน์ที่ได้แก่เด็ก ๆ นั่นเอง ซึ่งหลักฐานจากงานวิจัยต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า
เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูด้วยนมแม่มานาน จะมีโอกาสเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการติดเชื้อน้อยกว่าเด็กที่กินนมแม่น้อย หรือไม่ได้กินเลย
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างต่อเนื่อง สามารถลดความเสี่ยงต่อภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วนในเด็กได้ 26%
เด็กและวัยรุ่นที่กินนมแม่ทำได้คะแนนในการวัดไอคิวได้ดีกว่าประมาณ 3.4 จุด (เมื่อควบคุมปัจจัยที่เป็นตัวแปร เช่น การกระตุ้นพัฒนาการที่บ้าน แล้ว)
งานวิจัยในประเทศบราซิล ซึ่งติดตามเด็กถึง 30 ปี พบว่า นมแม่มีผลต่อเชาว์ปัญญาของเด็ก ต่อการเข้าเรียน และต่อรายได้เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่

ประโยชน์ของนมแม่ต่อสุขภาพของคุณแม่เอง
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ต่อตัวเด็กเท่านั้น แต่ตัวคุณแม่ผู้ให้นมลูกเองก็ได้รับประโยชน์ด้วยเช่นกัน ดังนี้
การให้นมแม่ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านม 6% และยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งรังไข่อีกด้วย
ปัจจุบัน การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่สามารถป้องกันการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมได้เกือบ 20,000 คนต่อปี และหากทุกประเทศสามารถเพิ่มการให้นมแม่ให้มากขึ้นอีก จะสามารถป้องกันการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเต้านมได้มากขึ้นอีกกว่า 20,000 คนต่อปี

ประโยชน์ของนมแม่ต่อเศรษฐกิจ
และด้วยความที่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่มีประโยชน์ต่อทั้งตัวเด็กที่เป็นอนาคตของชาติ และต่อตัวคุณแม่ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงมีประโยชน์ในเชิงเศรษฐศาสตร์ต่อระบบเศรษฐกิจอีกด้วย
ผลการศึกษาของ The Lancet ชี้ว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลสำหรับเด็กที่เจ็บป่วยถึงปีละ 312 ล้านเหรียญสหรัฐในสหรัฐอเมริกา, 48 ล้านเหรียญสหรัฐในอังกฤษ และ 30 ล้านเหรียญสหรัฐในเขตชุมชนเมืองของจีน
และผลจากการที่เด็ก ๆ ที่กินนมแม่มีไอคิวที่สูงขึ้น ก็จะมีรายได้ที่สูงเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ และมีส่วนช่วยเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งผลจากการคำนวณของ The Lancet สรุปว่า ทั่วโลกสูญเสีย 0.49% ของรายได้ประชาชาติ (Global Gross National Income หรือ GNI) หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณสามแสนล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่เด็กไม่ได้มีไอคิวที่สูงขึ้นเพราะไม่ได้ทานนมแม่

นมแม่มีประโยชน์ ควรส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
ในแง่เศรษฐศาสตร์แล้ว เมื่อเปรียบเทียบตัวเลขงบประมาณที่ต้องเสียไปเพราะการไม่ได้รับนมแม่อย่างเหมาะสม การลงทุนเพื่อสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมหาศาล ทว่าในหลายๆ ประเทศนั้น ยังไม่ได้มีการสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเพียงพอ
นโยบายที่ปกป้องสิทธิของแม่ที่ทำงาน จะช่วยสนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทว่าไม่ถึง 1 ใน 4 ของประเทศทั่วโลกที่มีกฎให้ลาคลอด 18 สัปดาห์ตามคำแนะนำของ ILO
การส่งเสริมการตลาดของนมผง เช่น การแจกตัวอย่างฟรี บั่นทอนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และทำให้แม่ใช้นมผงมากขึ้น ในแถบเอเชียแปซิฟิก คาดว่าการใช้นมผงจะขยายเพิ่มอีก 11%

ปัจจุบัน ยูนิเซฟประเทศไทย กำลังทำอะไรอยู่ในการรณรงค์เรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่?
ในปีที่ผ่านมา ยูนิเซฟประเทศไทย ร่วมมือกับภาครัฐและมหาวิทยาลัย จัดอบรมหลักสูตรนมแม่ให้พยาบาลทั่วประเทศกว่า 1,000 คน
ยูนิเซฟประเทศไทย สนับสนุนให้ศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทยทำงานกับบริษัทที่เป็นตัวอย่างในการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในสถานประกอบการ
ยูนิเซฟประเทศไทย ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และภาคีอื่น ๆ ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดอาหารทดแทนนมแม่

แต่ท้ายที่สุดนี้ ครอบครัว ชุมชน และวัฒนธรรม ต่างก็เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของคุณแม่ในการเลือกที่จะเลี้ยงดูลูกด้วยนมแม่ แต่ด้วยประโยชน์ของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ที่มีต่อทั้งตัวเด็ก ตัวแม่ และเศรษฐกิจของประเทศ เราจึงต้องร่วมด้วยช่วยกัน ทำให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่กลับมาเป็น “สิ่งที่ทุกคนทำ” หรือเป็นบรรทัดฐานของสังคม เพื่อสนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน และในชุมชน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น