วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ความเข้าใจผิด และข้อเท็จจริง 3 ประการ เกี่ยวกับการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา


1. ความเข้าใจผิด: การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาจะเป็นแรงกระตุ้นให้เยาวชนมีเพศสัมพันธ์

ความจริงแล้ว: มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโปรแกรมการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา มีส่วนช่วยให้วัยรุ่นชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลง 

การศึกษาโดยองค์การอนามัยโลก ชี้ให้เห็นว่าการสอนให้วัยรุ่นรู้จักเรื่องการคุมกำเนิด ไม่ได้ทำให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เพิ่มข้น หรือนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร 1 2 3 4

นอกจากนี้ จากการประเมินผลการสอนให้วัยรุ่นเข้าใจเรื่องเพศศึกษา พบว่ามีส่วนช่วยให้พวกเขาชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกลง และในกรณีของกลุ่มวัยรุ่นที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็พบว่ามีส่วนช่วยให้ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง และช่วยให้พวกเขาใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ด้วย 5 6 7

2. ความเข้าใจผิด: การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษานั้นไม่สอดคล้องกับค่านิยมและจริยธรรมของสังคม

ความจริงแล้ว: การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษานั้นสามารถทำให้สอดคล้องกับค่านิยมและจริยธรรมของสังคมได้

โดยหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีคุณภาพนั้น จะยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนซึ่งค่านิยมต่าง ๆ อาทิ ความให้ความเคารพ การยอมรับ ความอดทน ความเท่าเทียม ความเห็นอกเห็นใจ และการพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วกัน นอกจากนี้การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา ยังเปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้ตระหนักถึงค่านิยมของตนเอง ของครอบครัว และของชุมชนอีกด้วย

3. ความเข้าใจผิด: การเรียนรู้เรื่องเพศ กลายเป็นสอนให้เด็กเรียนรู้ที่จะมีเพศสัมพันธ์

ความจริงแล้ว: การเรียนรู้เรื่องเพศที่มีการออกแบบข้อมูลและการนำเสนอข้อมูลให้เหมาะสมกับพัฒนาการของแต่ละช่วงอายุ จะช่วยให้วัยรุ่นชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก และรู้จักป้องกันตนเองเมื่อต้องมีเพศสัมพันธ์

เช่น เด็กในช่วงอนุบาลจนถึงประถมศึกษาปีที่ 2 ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างของครอบครัว และชื่อของอวัยวะต่าง ๆ บนร่างกาย และได้เรียนรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำอย่างไร เมื่อมีใครมาสัมผัสอวัยวะเหล่านั้นในทางที่ไม่เหมาะสม ในขณะที่เด็กในช่วงประถมศึกษาปีที่ 3 ถึง ปีที่ 5 ก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการแตกเนื้อหนุ่มหรือแตกเนื้อสาว ได้เรียนรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายของพวกเขา เป็นต้น
เราต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า “การเรียนรู้เรื่องเพศ” ไม่ใช่การให้ข้อมูลว่าการมีเพศสัมพันธ์ต้องทำอย่างไร

เรียบเรียงมาจาก: Myths and Facts About Comprehensive Sex Education โดย www.advocatesforyouth.org (URL: http://www.advocatesforyouth.org/storage/advfy/documents/cse-myths-and-facts.pdf)

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
1. Kohler, PK, LE Manhart, WE Lafferty. 2008. Abstinence-only and comprehensive sex education and the initiation of sexual activity and teen pregnancy. Journal of Adolescent Health. 42 (4): 344-51.
2. Kirby, DB, BA Laris, LA Rolleri. 2006. Sex and HIV Education Programs: Their Impact on Sexual Behaviors of Young People Throughout the World. Journal of Adolescent Health. 40 (3): 206-217.
3. Kirby, DB. 2005. The Impact of Abstinence and Comprehensive Sex and STD/HIV Education Programs on Adolescent Behavior. Sexuality Research and Social Policy. 5 (3): 18-27.
4. Mueller, TE, LE Gavin, A Kulkarni. 2007. The Association Between Sex Education and Youth Engagement in Sexual Intercourse, Age at First Intercourse, and Birth Control Use at First Sex. Journal of Adolescent Health. 42 (1): 89-96.
5. Alford, Sue, N. Cheetham, and D. Hauser. Science & Successes in Developing Countries: Holistic Programs that Work to Prevent Teen Pregnancy, HIV & Sexually Transmitted Infections. Advocates for Youth. Available at: http://www.advocatesforyouth.org/storage/advfy/documents/sciencesuccess_developing.pdf (Accessed June 2011)
6. Collins, C, P Alagiri, T Summers, SF Morin. 2002. Abstinence Only vs. Comprehensive Sex Education: What are the arguments? What is the evidence? Available at: http://ari.ucsf.edu/science/reports/abstinence.pdf (Accessed June 2011)
7. Guttmacher Institute. 2005. Pediatricians’ Association Supports Comprehensive Approach to Teen Pregnancy Prevention. Available at: http://www.guttmacher.org/media/inthenews/2005/07/06/index.html (Accessed June 2011)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น