วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟช่วยบำบัดภาวะบอบช้ำทางจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

โดย Mallika Aryal

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กำลังทำงานในครัวของเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
Prakash Mathema ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ

เขต Nuwakot ประเทศเนปาล - ตอนสายของวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่หมู่บ้าน Charghare ในเขต Nuwakot ทางตะวันออกของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นางกมลา ราย เพิ่งตื่นจากการงีบหลับไปพร้อมกับลูกชายแรกเกิดซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของเธอ กมลาปล่อยให้ทารกที่ยังหลับสนิทนอนอยู่ในบ้านและออกไปเรียกลูกสาวสามคนให้มาช่วยกันซักผ้า ซึ่งเป็นภารกิจปกติทุกวันเสาร์ของครอบครัว ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่เธอคิดถึงคือทารกน้อยซึ่งกำลังหลับอยู่ในบ้าน และกรีดร้องพลางวิ่งเข้าไปหาลูก

"หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ" กมลาเล่าในบ่ายวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะนั่งอยู่ในเพิงพักชั่วคราว

เพิงพักของกมลามุงด้วยสังกะสีและใช้ผ้าใบแทนฝาบ้าน ภายในเพิงมืดมากขณะที่เธอหั่นผักสำหรับมื้อค่ำ ส่วนพื้นของเพิงก็เย็นเฉียบ

"ตอนที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของดิฉันได้จากไปแล้ว" เธอพูดทั้งน้ำตา "แผ่นดินไหวพรากลูกของดิฉันไป"

หลังเหตุแผ่นดินไหว กมลาต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

"ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลย หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป" เธอบอก

การได้กลับบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

กมลาสูญเสียทั้งลูกคนเล็ก บ้าน และความสามารถในการทำงาน เธอยังมีลูกสาวที่ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจอย่างรุนแรงสามคน และสามีซึ่งกลายเป็นคนพิการระหว่างเหตุแผ่นดินไหวจนไม่สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

ลูกสาวคนโตวัย 10 ปีของกมลาชื่อ กรุณา ได้รับความบอบช้ำทางจิตใจมากที่สุด เด็กหญิงนักเต้นรำแบบพื้นบ้านที่ร่วมกิจกรรมของโรงเรียนเป็นประจำ บัดนี้กลายเป็นเด็กปลีกตัว ไม่พูดจากับใครๆ และเลิกเต้นรำ

อาจารย์ ปราสาท อารยัล อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนประถม Mandhredhunga ในหมู่บ้าน Charghare เล่าว่า "ก่อนนี้ กรุณามักสร้างความภูมิใจให้เราด้วยการคว้ารางวัลมากมายจากงานแข่งขันเต้นรำในท้องถิ่น" เขาทิ้งท้ายว่า "เรานึกว่าเธอจะไม่มีวันฟื้นจากความบอบช้ำทางจิตใจ"

กมลาก็รู้สึกสิ้นหวังเช่นเดียวกับครูใหญ่

"เธอมีสภาพเหมือนคนไร้ชีวิต" กีตา ดาฮาล กล่าว เธอเป็นนักรณรงค์ทางสังคมของชุมชน

กีตาคุ้นเคยกับครอบครัวของกมลามายาวนานและอยากให้ความช่วยเหลือ แต่ตระหนักได้ตั้งแต่แรกว่าภาวะบอบช้ำทางจิตใจของครอบครัวนี้มีความรุนแรงมาก ส่วนตัวเธอเองก็ขาดความรู้และการฝึกอบรมสำหรับการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม

โชคดีที่มูลนิธิ Umbrella ภายใต้การสนับสนุนจากยูนิเซฟ และองค์กร Transcultural Psychosocial จัดการฝึกอบรมหลักสูตร 7 วันด้านประเด็นจิตสังคมขึ้นสำหรับนักรณรงค์ทางสังคมในเขต Nuwakot กีตาจึงสมัครเข้ารับการอบรม

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กับลูกสาวทั้งสามของเธอ (จากซ้ายไปขวา) คือ เด็กหญิงกรุณา (Karuna) เด็กหญิง คาจาล (Kajal) และเด็กหญิง คารีนา (Kareena) กำลังยืนอยู่หน้าประตูเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
 Rupa Joshi ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ
ด้วยความมุ่งมั่นให้เด็ก ๆ และพ่อแม่ของพวกเขาได้รับการฟื้นฟูอย่างถูกต้องจากภาวะบีบคั้นทางอารมณ์หลังเหตุแผ่นดินไหว และเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือกับปัญหาให้แก่คนเหล่านี้ ยูนิเซฟและพันธมิตรจึงให้การสนับสนุนบริการต่าง ๆ ในชุมชน ซึ่งรวมถึงการให้คำปรึกษาด้านจิตสังคม และการดูแลเฉพาะทางในด้านสุขภาพจิต โดยได้ให้การฝึกอบรมด้านการช่วยเหลือเบื้องต้นทางจิตสังคมและจิตศาสตร์แก่นักสังคมสงเคราะห์ ครู และนักวิชาชีพด้านสุขภาพจำนวน 2,650 คนใน 14 เขตที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากแผ่นดินไหว

กีตาเล่าว่า "การฝึกอบรมช่วยให้ดิฉันเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องใช้ระยะเวลายาวนานในการรักษาภาวะด้านจิตสังคมและความบอบช้ำทางจิตใจ" และพูดเสริมว่า "เนื่องจากกมลาได้ประสบสิ่งเลวร้ายมากมาย ดิฉันจึงต้องใช้ความอดทนและช่วยเธออย่างไม่ลดละ"

ในครั้งแรกที่กีตาไปหานั้น กมลาไม่ยอมพบกับเธอ

กีตาเล่าว่า "กมลาจะนั่งจ้องอย่างไร้จุดหมายเป็นเวลานาน ไม่ยอมทำงาน และร้องไห้ตลอดเวลา ต้องพยายามหลายครั้งกว่าที่เธอจะเริ่มเปิดใจ"

พอเริ่มเปิดใจ กมลาก็รับรู้ได้ว่าเธอรู้สึกอุ่นใจที่ได้คุยกับกีตา ผู้ซึ่งช่วยให้เธอดีขึ้นได้

"ที่โรงพยาบาล ผู้คนคอยบอกให้ดิฉันปล่อยวางและก้าวไปข้างหน้า แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ" กมลาเล่า

เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากได้รับการบำบัดจากกีตาหลายครั้ง กมลาก็เริ่มตระหนักได้ว่ามีคนอื่น ๆ อีกมากที่ประสบชะตากรรมจากแผ่นดินไหวเหมือนกับเธอ

"มีครอบครัวอีกมากมายที่ต้องสูญเสีย ต้องพบกับเรื่องเลวร้าย" กมลากล่าว

หลังจากเหตุแผ่นดินไหวผ่านไปเกือบหนึ่งปี ครอบครัวของกมลายังคงมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่เธอได้เดินออกมาจากภาวะบอบช้ำทางจิตใจ เธอยังเพิ่งเข้าร่วมการฝึกอบรมด้านการคุกคามทางเพศ และรู้สึกสนุกกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งใหม่ ๆ เธอบอกว่า "ดิฉันอยากออกไปข้างนอก ไปเข้าร่วมการฝึกอบรมอื่น ๆ ที่คล้าย ๆ กันอีก"

กมลาพร้อมที่จะทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น เธออยากมีรายได้สม่ำเสมอเพื่อให้เลี้ยงดูลูก ๆ ได้ดีขึ้น

กมลาพูดว่า "ตอนนี้ดิฉันก้มตัวและยกของหนักไม่ได้เหมือนก่อนเกิดแผ่นดินไหว แต่ใช้มือได้คล่องแคล่ว และสามารถหัดเย็บผ้า ทำเทียนไข และทำโคมไฟได้"

พัฒนาการของเธอส่งผลดีต่อลูกสาวด้วย หลายเดือนที่ผ่านมา กรุณาเริ่มค่อย ๆ ร่าเริงขึ้น จนครูพากันหวังว่าในไม่ช้า นักเต้นรำคนเดิมจะกลับมาคว้ารางวัลแข่งเต้นรำและสร้างความภูมิใจให้กับบรรดาครูและครอบครัวของเธอได้อีกครั้งหนึ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น