วันพุธที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2559

เด็กที่หายไป... ถูกพบ... หายไปอีก และปลอดภัยในที่สุด

เล่าเรื่องโดย วิคทอเรีย วอท



กรุงเทพฯ วันที่ 28 มิถุนายน 2559 -  เมื่อเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2556 ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาวิตกกังวลมากเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่เดินเตร่อยู่บนสะพานลอยในบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนสัญจรคับคั่งที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ชายผู้นี้เดินทางไปทำงานและกลับบ้านผ่านบริเวณนี้ทุกวัน และพบเห็นเด็กชายคนเดิมเดินเตร่อย่างไร้จุดหมายในบริเวณดังกล่าวทุกวันเช่นกัน ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของเด็ก เขาจึงโทรศัพท์มาที่ยูนิเซฟโดยหวังว่าเราจะสามารถให้ความช่วยเหลือแก่เด็กคนนี้ได้บ้าง ดิฉันรู้ว่าองค์กรพัฒนาเอกชนแห่งหนึ่งที่เป็นพันธมิตรของยูนิเซฟชื่อ องค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีโครงการเพื่อน เพื่อน และมีการดำเนินงานในพื้นที่นั้น จึงรีบโทรศัพท์ไปหาด้วยความหวังว่าพวกเขาอาจมีการติดต่อกับเด็กชายคนนี้ และทันทีที่ทราบเรื่อง โครงการเพื่อน เพื่อน ขององค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลก็ส่งทีมช่วยเหลือออกตามหาเด็ก

ในที่สุดทีมช่วยเหลือก็พบเด็กชายชาวกัมพูชาวัย 11 ปี ชื่อต้น (นามสมมุติ) ตรงจุดเดียวกับที่ได้รับแจ้ง คือบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ทีมช่วยเหลือจำได้ว่านี่คือเด็กคนเดียวกันกับที่พวกเขาเคยพบเมื่อหลายเดือนก่อน  และเสนอให้ต้นเข้าพักอาศัยชั่วคราวที่ศูนย์พักพิงแห่งหนึ่ง ระหว่างที่ เพื่อน เพื่อน สืบหาครอบครัวของเขาในเขตแดนกัมพูชา  แต่นักพเนจรวัยเยาว์คนนี้กลับเลือกที่จะอยู่ข้างนอกและใช้ชีวิตบนถนนของกรุงเทพฯ วันต่อมา ศูนย์เดอะฮับ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนร่วมเครือข่ายเดียวกันได้โทรศัพท์แจ้งทีม เพื่อน เพื่อน ว่าพวกเขาพบเด็กชายชาวกัมพูชาคนหนึ่งที่หัวลำโพงและได้นำตัวไปไว้ที่ศูนย์ฯ รับฝาก  เด็กคนนี้คือต้นนั่นเอง

ทีมช่วยเหลือของโครงการเพื่อน เพื่อนได้ติดต่อทีมเพื่อน เพื่อน อรัญประเทศ เพื่อให้ทำการประเมินความพร้อมของครอบครัวและช่วยเหลือให้ต้นได้กลับคืนสู่ครอบครัวหากเป็นไปได้ ทั้งสองทีมได้ร่วมกันประเมินและติดตามการเคลื่อนไหวของต้น เพื่อให้ทราบถึงเส้นทางที่เด็กคนนี้ใช้ในการเดินทางจากบ้านเกิด และสถานที่ซึ่งอาจพบตัวเขาเพื่อจะได้คุ้มครองให้ปลอดภัย พร้อมกับหวังว่าจะสามารถช่วยให้ต้นได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้ ในการนี้ทีมงานได้ใช้ระบบจัดการรายกรณีขององค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผล

ต้นติดตามพ่อแม่มากรุงเทพฯ เมื่อตอนที่เขามีอายุ 6 ขวบ ต่อมาพ่อและแม่แยกกัน ตั้งแต่นั้นมาเด็กชายคนนี้ก็เดินทางไปกลับตามลำพังระหว่างบ้านเกิดที่พระตะบอง (ประเทศกัมพูชา) และประเทศไทย ต้นเป็นเด็กฉลาด สามารถอ่านออกเขียนได้ทั้งภาษาไทยและภาษาเขมร และรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรในหมู่พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่และพวกเร่ร่อนประจำถิ่น เขาเป็นเด็กเร่ร่อนที่ช่ำชองในการเอาชีวิตรอด รู้ความหมายของป้ายต่างๆ ที่ติดอยู่ตามถนน และจดจำสถานที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ ได้แม่นยำ ครั้งหนึ่งต้นยังเคยนั่งรถตุ๊กๆ มาที่ศูนย์เพื่อน เพื่อน ด้วยตนเอง

ในเดือนกันยายน 2556 ทีมงานได้ดำเนินการให้ต้นได้กลับคืนสู่ครอบครัว แต่ความพยายามครั้งแรกนั้นล้มเหลว ต้นย้อนกลับมาใช้ชีวิตในบริเวณที่คุ้นเคยกลางกรุงเทพฯ เหมือนเดิมอีก แต่หลังจากนั้นไม่นานเด็กคนนี้ก็ได้รับความช่วยเหลืออีกครั้ง  โดยคราวนี้เขาถูกนำไปไว้ที่บ้านแรกรับสำหรับเด็กชาย ทีมงานด้านการส่งเด็กคืนสู่ครอบครัวของโครงการเพื่อน เพื่อน ได้ไปพบและให้ความช่วยเหลือแก่ต้นจนกระทั่งเขาถูกทางการส่งกลับไปยังประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 และสมาชิกของครอบครัวนี้ก็ได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริงอีกครั้งหลังจากที่เราได้เริ่มให้ความช่วยเหลือต้นตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2556

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดิฉันได้เดินทางไปที่ชายแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต และโดยไม่คาดคิดมาก่อน ดิฉันได้พบกับต้น นี่คือเด็กคนที่ก่อนหน้านั้นดิฉันรู้จักมาโดยตลอดว่าเป็น “เด็กชายที่หายไปและถูกพบ” การที่ได้พบหน้ากันเป็นครั้งแรกเช่นนั้นทำให้ดิฉันไม่อาจห้ามใจไม่ให้กอดต้นอย่างมีความสุข เพราะรู้ว่าเขาปลอดภัยและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ปัจจุบัน นักพเนจรผู้เก่งกาจและชอบผจญภัยคนนี้กำลังเรียนอยู่ที่ศูนย์ Goutte D’Eau (หรือ ดัมนก ตึ้ก ในภาษากัมพูชา) ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ตั้งอยู่ในปอยเปต (ประเทศกัมพูชา) โดยศูนย์ดังกล่าวให้บริการช่วยเหลือในด้านที่พักอาศัย การส่งเด็กคืนสู่ครอบครัวและโรงเรียนสำหรับเด็กๆ ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกับต้น

หลังจากที่ได้กอดทักทายและได้เห็นใบหน้าสดใสของเด็กชายวัย 13 ปีคนนี้ ดิฉันรู้สึกได้ทันทีว่าเขามีความสุขและปลอดภัยในศูนย์แห่งนั้น ดิฉันได้ยินเรื่องราวของต้นครั้งแรกเมื่อสามปีที่แล้ว ต้นบอกกับดิฉันว่าเขามีความสุขและชอบอยู่ที่นั่น ได้เรียนหนังสือและอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ ต้นเล่าด้วยว่าเขายังติดต่อกับคุณยายที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่พ่อแม่จากไป  ซึ่งทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจมาก

ต้นเป็นเพียงหนึ่งในจำนวนเด็กหลายพันคนที่ข้ามเขตแดนมาตามลำพัง ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และต้องรับมือกับภยันตรายต่างๆ ที่ได้เผชิญ ด้วยความหวังว่าวันหนึ่งพวกเขาจะได้พบชีวิตที่ดีตามความฝัน ดิฉันหวังว่าเด็กชายคนนี้จะไปได้ไกลตามความฝันและความปรารถนาของเขา แต่อย่างน้อยตอนนี้....เด็กชายที่หายไปและถูกพบ...และหายไป (อีกครั้ง) ของดิฉันก็ปลอดภัยแล้ว

(ขอขอบคุณองค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนลสำหรับข้อมูลและรายละเอียดทั้งหมด นี่เป็นเรื่องราวสืบต่อจากเรื่องเล่าในบล็อกที่ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกโดยองค์การเฟรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2557 เรื่อง “Bangkok Boy”  เรื่องเล่าจากเพื่อน เพื่อน)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น