วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กิจกรรมให้ความรู้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไป ในการปกป้องคุ้มครองเด็กแก่แฟนคลับของนิชคุณ หรเวชกุล


อนแรกที่ได้รับการชวนว่าให้ไปทำกิจกรรมให้ความรุ้และเผยแพร่เรื่องการแนะนำข้อควรรู้สำหรับบุคคลทั่วไปในการปกป้องคุ้มครองเด็กที่ชุมชนสะพานศิริ แถวรังสิต  ดูสถานที่แล้วท้อ ไกลมาก ไกลได้อีก และนัดเช้ามาก เราซึ่งปกติถ้าเป็นวันอาทิตย์จะนอนพักผ่อน แต่ด้วยความที่เป็นโปรเจคทำกิจกรรมเนื่องในวันเกิดนิชคุณของทางยูนิเซฟเลยไม่ลังเลที่จะตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ความรู้สึกก่อนไปคือเด็กในชุมชนจะเป็นยังไงนะ ทำให้เรากังวลไปหลายประการได้ แต่พอเช้าวันนัด ทีมงานยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน (เฟรนด์ ประเทศไทย) ยืนรอ ยิ้มแย้มต้อนรับพวกเราแฟนคลับกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำหน้าโรงเรียน บรรยากาศดีมาก (เหมาะกับการนอนต่อ) พอถึงเวลาเริ่มกิจกรรม ทุกคนมากันครบ เริ่มด้วยการแนะนำโครงการของเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน ที่ทำเรื่องการปกป้องคุ้มครองเด็ก โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้เด็กๆปลอดภัยและรู้จักสิทธิของตนเองได้อันดับแรก ก็คือ สถาบันครอบครัวที่ต้องช่วยกันดูแลเด็กๆ ของตน รวมถึงอธิบาย กฎเกณฑ์ ข้อควรปฎิบัติ สภาพแวดล้อมของชุมชน ก่อนจะเข้าไปเจอของจริง “ทีมงานขอไม่ให้พวกเราให้เงินหรือของกับคนในชุมชน เพราะไม่อยากให้ติดเป็นนิสัย ซึ่งพอได้ฟังถึงเหตุผลแล้ว รู้สึกดีเห็นด้วยกับแนวคิดนี้”
“ทีมงานเล่าว่ามีการโทรแจ้งรายงานเรื่องเด็กถูกทำร้ายกว่า 52 รายต่อวัน” ฟังแล้วตกใจมาก ยังไม่รวมที่ไม่ได้รายงานจะอีกเท่าไร เราคิดว่าพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่ควรตื่นตัวกันมากกว่าทุกวันนี้ และ “38% ของเด็กๆต้องออกจากโรงเรียนประถมโดยที่ยังอ่านและเขียนไม่ได้” ฟังแล้วตกใจมาก ได้ยินแล้วรู้สึกจิตใจห่อเหี่ยว เพราะคนแวดล้อมเรามีแต่คนที่เห็นความสำคัญของการเรียน

จากที่คุยทำความเข้าใจกันเรียบร้อย เราจึงเดินข้ามสะพานไม้ที่มีความสูงระดับนึง เดินเข้าไปตามทางประมาณ 1 กิโลเมตรได้ เรียกเหงื่อได้นิดหน่อย  พอถึงที่หมายเจอน้องๆ คละวัยกันตั้งแต่สองขวบจนถึงประถม ประมาณ 30-40 คน ยืนรอพร้อมกับมีป้ายชื่อห้อยอยู่ที่คอ น้องๆ แต่งตัวสะอาด สุภาพ ยืนเข้าแถวกันเป็นระเบียบ สวัสดีพวกเราอย่างสวยงาม ล้างภาพในหัวสมองที่เรากังวลออกไปได้หมดเลย
เริ่มกิจกรรมกับเด็กๆ มีฐานเกมทั้งหมด 3 ฐาน จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้เด็กๆเข้าใจและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หากมีการละเมิดสิทธิหรือถูกทำร้าย ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ และเบอร์โทรศัพท์ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือเมื่อถูกล่วงละเมิดหรือทำร้าย โดยให้พวกเราแบ่งเป็นผู้ดูแลเกมและพี่เลี้ยงที่ไปเล่นเกมกับน้องๆทุกฐาน  เราเลือกที่จะเป็นพี่เลี้ยง ตอนแรกเด็กๆ จะยังเขินไม่กล้าตอบเวลาถาม ไม่อยากยุ่งด้วย เราเลยต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการที่จะทำให้เค้าสนิทใจ โชคดีในกลุ่มมีน้องๆผู้ชายที่กล้าคิด กล้าแสดงออก เลยใช้เวลาไม่นานในการสนิทกัน หนึ่งชั่วโมงกว่าท่ามกลางแดดร้อนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำกิจกรรมครบทั้งสามฐาน ก่อนจบมีการรวมตัวทุกกลุ่มเพื่อทดสอบว่าเด็กๆได้ความรู้กลับไปจริง ซึ่งผลออกมาดีเกินคาด เด็กๆ สามารถยกมือตอบคำถามกันได้จนรางวัลเกือบไม่พอ และพอได้รางวัลมาก็ดีใจเก็บรักษาไม่ยอมวาง  เห็นแล้วน่าชื่นใจแทนเจ้าหน้าที่ยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน
มีน้องคนหนึ่งติดเกมมาก คุณยายบอกว่ากว่าจะพามาได้เหนื่อยมาก เพราะน้องไม่ยอมออกจากหน้าจอไอแพดเลย  เราเห็นน้องในวันนั้น น้องไม่กล้าเข้าไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆเลย เหมือนน้องจะกลัวหรือไม่กล้าเพราะน้องเล่นเกมเยอะไปเลยทำให้น้องมีโลกส่วนตัวสูง และที่น้องเป็นแบบนี้ส่วนหนึ่งเกิดมาจากครอบครัวพ่อแม่ ที่ไม่มีเวลาให้น้องเลยต้องซื้อแท็บเล็ตหรือไอแพดมาให้น้องเล่นแทน เราอยากให้พ่อแม่มีความใส่ใจเรื่องนี้ให้มากนะ เพราะน้องๆ อาจมีปัญหาได้
มีคนเคยบอกว่า ความสุขที่เกิดจาก "การแบ่งบัน" เป็นความรู้สึกดีๆ ที่เรียบง่าย และ งดงามในตัวเองเสมอ กิจกรรมในวันนี้นอกจากจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเด็กและทุกคนในชุมชมแล้ว ยังรวมถึงตัวพวกเราเองด้วย เพราะเราสามารถมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็กๆ ได้แม้แต่ในกิจกรรมประจำวัน อย่างเช่น การพาเด็กข้ามถนน การช่วยระมัดระวังในการขึ้นบันไดเลื่อน สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยลดการเกิดอันตรายแก่เด็กได้ เราเองก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ สังคมให้ดีขึ้นได้
เราได้เห็นมือที่ยื่นออกไปส่งสิ่งดีๆ และมือที่ยื่นออกมารับโอกาสและสิ่งดีนั้นไว้ ทำให้เราตระหนักว่า ความสวยงามของโลกใบนี้ยังมีอยู่ และเราก็ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในความสวยงามที่เกิดขึ้นในวันนั้น...

“เด็กและเยาวชนควรได้รับการปกป้องคุ้มครอง ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็ตาม”

ก่อนแยกย้ายทางยูนิเซฟมีเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ มีขนมจีนและขนมปัง เห็นเด็กๆ ทานกันแล้วน่าอร่อย เพราะเหมากันหมดหม้อเลย จบกิจกรรมเด็กๆ ที่โตแล้วก็ยังอยู่ช่วยเจ้าหน้าที่เก็บของ เก็บขยะ เป็นภาพที่ประทับใจมากค่ะ
จากการเข้าชุมชนครั้งนี้ทำให้รู้ว่า สิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราได้ยินมา มันไม่เหมือนกับที่เราได้วาดภาพเอาไว้เลย แม้สิ่งแวดล้อมในชุมชนจะเป็นปัจจัยหลัก แต่จิตใจของเด็กๆ เปรียบเหมือนแก้วน้ำที่รอคนมาเติมน้ำเปล่าที่บริสุทธิ์ลงไป หากเด็กๆได้รับความรู้ แนวทางในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง เชื่อแน่ว่าเปอร์เซ็นต์ในการออกจากโรงเรียนจะน้อยลง และหากเราช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ขององค์กรที่พร้อมให้ความช่วยเหลือเด็ก  เราอาจจะสามารถเปลี่ยนความคิดและความเคยชินที่ว่า เมื่อเห็นเด็กถูกทำร้ายโดยพ่อแม่นั้น ไม่เกี่ยวกับเรา เราไม่ควรไปยุ่ง เรื่องของคนในครอบครัว  ตอนเย็นกลับมาเจอเพื่อนก็เล่าให้เพื่อนฟังว่าหากพบเห็นเด็กถูกทำร้าย โทรได้เลย 191, 1300, 1669 เพราะมือเล็กๆ ของพวกเรานั้นหากจับมือร่วมกันแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงความเคยชินของโลกใบนี้ได้นะ

สุดท้ายนี้ เราประทับใจจริงๆ ที่มีกิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้น ดีใจมากมายที่ได้เจอคุณแม่เย็นจิต (คุณแม่ของนิชคุณ) ที่รักของเรา ขอบคุณน้องคุณที่เป็นศิลปินที่น่ารัก มีแฟนคลับที่น่ารัก มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม ช่วยกันทำกิจกรรม อีกทั้งขอขอบคุณทีมงานของยูนิเซฟและองค์กรเพื่อน เพื่อน ด้วย เพราะมันทำให้เราได้เพิ่มพลังชีวิตจากเสียงหัวเราะ รอยยิ้มของเด็กๆและผู้ปกครองที่มาร่วมกิจกรรม มันเหมือนมาเพิ่มพลังงานให้ตัวเอง หวังว่าสิ่งดีจะเกิดกับเด็กน้อยทุกคน และเราจะเริ่มก้าวเดินช่วยเหลือเด็กๆ ในสิ่งที่เราพอจะช่วยได้ เราสัญญาว่าจะเป็นหูเป็นตาและใส่ใจกับเด็กๆ ทั่วๆ ไป ให้มากขึ้น เพราะพวกเขาเหล่านี้คืออนาคตของชาติ เราจะร่วมมือกันดูแลพวกเขาให้บอบช้ำน้อยที่สุด


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น