วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559

ห้องสมุดเคลื่อนที่ สวัสดีค่ะ!


เรื่องโดย: Murni Hoeng

ยังจำโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ของเราได้ไหมเอ่ย? ถ้าหากใครจำไม่ได้ ลองไปอ่านบล็อก "นำหนังสือไปให้เด็ก ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล" นะคะ  เรามีความคืบหน้าล่าสุดของโครงการมาฝากคุณจากแม่ฮ่องสอนค่ะ!

ป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้วที่ห้องสมุดเคลื่อนที่เดินทางมาถึงโรงเรียนห้วยฮุง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นชนเผ่าลาหู่กำลังเตรียมตัวรับประทานอาหารกลางวัน มื้อนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวที่นักเรียนรุ่นพี่ลงครัวกันตั้งแต่เช้าตรู่ เจ้าหน้าที่ของเราทั้งสองคนถือโอกาสรับประทานอาหารและพักผ่อนหลังจากขับรถมาสองชั่วโมงครึ่งบนถนนที่คดเคี้ยวไปตามภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาของภาคเหนือของไทย

  
เด็กหญิงชั้น ป.6 แอบมองผ่านช่องประตูห้องคุณครูแล้วประเมินสถานการณ์ก่อนจะเดินมาถามเราอย่างมั่นใจว่าเธอขอเข้าไปดูหนังสือในรถห้องสมุดเคลื่อนที่ได้หรือไม่ ทันทีที่ได้ยินคำว่าได้ หนูน้อยกับเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนก็รีบวิ่งไปที่รถและเริ่มค้นหาหนังสือบนชั้นวางก่อนจะหยิบหนังสือนิทานออกมาอ่านกันคนละเล่มสองเล่ม จากนั้นเธอก็หาที่ร่มๆ ในโรงเรียนแล้วเริ่มอ่านหนังสือของเธอ ห้องสมุดเคลื่อนที่มาเยือนโรงเรียนแห่งนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้วซึ่งเด็กๆ จะมีปฏิกิริยาตอบสนองทันทีที่เห็นรถและหนังสือ ใช่เลย! การที่เด็กรักการอ่านอย่างนี้แหละคือเป้าหมายของเราเมื่อริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา หนูน้อยอายกล้องที่ชื่อ ขจรวิทย์ บอกกับเราว่าวันนั้นเขาอ่านหนังสือไปตั้งหกเล่ม และเล่มโปรดของเขาก็คือ เจ้าปลาทอง 



มุมมองจากห้องพักครู


เด็กหญิงชาวลาหู่กับหนังสือที่พวกเธอเลือก

คุณใหญ่ - เจ้าหน้าที่ของเรา กับเกมละลายพฤติกรรมสนุกๆ


นักอ่านตัน้อยผู้สนใจใคร่รู้

เด็ก ๆ เลือกหนังสือจากรถห้องสมุดเคลื่อนที่


เราพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทั้งคุณครูและนักเรียนถึงได้กระตือรือร้นกับโครงการห้องสมุดเคลื่อนที่ของเรา นายพรชัย อุดมพาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเขตพื้นที่การศึกษาอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เขต 1 เคยกล่าวไว้ว่าโครงการอ่านหนังสือนี้ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความภาคภูมิใจให้กับเด็กๆ เวลาที่พวกเขาได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการอ่านที่เจ้าหน้าที่ของเราเตรียมมา ในส่วนของครู ห้องสมุดเคลื่อนที่มีส่วนช่วยสนับสนุนการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เหล่าคุณครูพยายามส่งเสริมการอ่านในโรงเรียนด้วยการจัดสรรเวลาช่วงหลังจากพักกลางวันไว้สำหรับกิจกรรมการอ่าน แต่เรื่องที่ดูเหมือนทำได้ง่ายๆ กลับเป็นเรื่องท้าทายอย่างที่สุดด้วยข้อจำกัดในเรื่องของสิ่งที่จะอ่านนี่เอง คุณครูอนุสรณ์ ชัชวาลฤกษ์ชัย พาพวกเราไปดูห้องสมุดโรงเรียนที่เห็นแล้วอ่อนใจแท้เพราะมีแต่ตำราเรียนเก่าๆ ฝุ่นจับ ไม่ดึงดูดใจให้เข้ามาใช้บริการเลยแม้แต่น้อย

ในทางกลับกัน โรงเรียนห้วยมะบวบในตำบลขุนยวม แม่ฮ่องสอน นั้นโชคดีกว่าเพราะได้รับเงินบริจาคมาสร้างห้องสมุดโรงเรียนที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวเมื่อสองสามปีก่อน แต่ถึงกระนั้น  หนังสือที่มีอยู่ก็เก่าเพราะไม่มีของใหม่มาเพิ่มเติม จนเด็กๆ ที่นั่นบอกว่าพวกเขาอ่านครบเกือบหมดทุกเล่มแล้ว แต่ห้องสมุดเคลื่อนที่ของเราช่วยให้เด็กๆ เหล่านี้มีหนังสือใหม่ๆ อ่านอย่างน้อย 1,200 เล่มทั้งยังมีกิจกรรมส่งเสริมการอ่านสนุกๆ จากเจ้าหน้าที่ของเราอีกด้วย

วันนั้นฝนตกพรำๆ เราก็เลยอยู่กันในห้องสมุดของโรงเรียน คุณสอน - เจ้าหน้าที่ของเรา ให้เด็กทุกคนซึ่งล้วนเป็นชาวกะเหรี่ยงนั่งล้อมวงกัน จากนั้นก็ให้เด็กอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบทีละคนโดยอ่านออกเสียงให้เพื่อนได้ยิน  ขณะที่นภาสร (เด็กนักเรียนชั้น ป.1 เพียงคนเดียวของโรงเรียน) กำลังอ่านหนังสือภาษาไทยอยู่อย่างทุลักทุเล นักเรียนรุ่นพี่สองคน – ทักษอรและจุฑาทิพย์ ก็เข้ามาช่วยเหลือ เทคนิคการจับคู่อ่านหนังสือนี้มีการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการพัฒนาให้เกิดความคล่องแคล่วในการอ่าน  และการอ่านหนังสือนิทานก็ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ๆ ส่วนตัวดิฉันเองก็ได้เรียนรู้ภาษากะเหรี่ยงด้วยสองคำขณะที่พยายามอธิบายศัพท์ให้กับนักอ่านตัวน้อยเหล่านี้ คือคำว่า เค-เน (Ke-ne) แปลว่าผึ้ง กับ พง (Phong) แปลว่าดอกไม้  ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าพวกเขาก็ได้ประโยชน์จากการไปเยือนในครั้งนี้ของเราด้วยอย่างแน่นอน


นภาสรและเพื่อนอีกสองคน

คุณสอนบอกวิธีดูแลรักษาหนังสือห้องสมุดให้เด็กทราบก่อนอนุญาตให้เด็ก ๆ ขึ้นรถ


แบบทดสอบประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) สำหรับเด็กอายุ 15 ปีเผยให้เห็นว่าเด็กที่อ่านหนังสือบ่อยจะได้คะแนนสูงกว่าเด็กที่ไม่ค่อยอ่านหนังสือ ดังนั้น การอ่าน (โดยเฉพาะหากเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย) เป็นปัจจัยหลักของการประสบความสำเร็จด้านวิชาการ โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่จึงมีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถานที่เช่นจังหวัดแม่ฮ่องสอนที่นักเรียนมีผลการเรียนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบัน เรามีรถให้บริการสามคัน โดยมีโรงเรียนประมาณ 40 แห่งและนักเรียน 850 คนที่เราไปเยือนเป็นประจำ เฉพาะในตำบลแม่ลาน้อย ตำบลแม่ละ และตำบลสบเมยนั้นมีการเข้าใช้บริการห้องสมุดเคลื่อนที่ของเรามากกว่า 4,500 ครั้งและมีการยืมหนังสืออย่างน้อย 1,100 เล่มภายในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา หลังเลิกเรียนเด็กๆ จะนำหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านให้พ่อแม่พี่น้องของตนได้ฟังด้วย ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการสานสายใยของครอบครัว ทั้งยังเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะให้ผู้ปกครองของพวกเขา หรือแม้แต่พ่อแม่ที่ไม่รู้หนังสือ ได้มีส่วนร่วมในเส้นทางการอ่านเขียนเรียนรู้ของลูกๆ ได้
เป็นเวลาหนึ่งปีมาแล้วที่ห้องสมุดเคลื่อนที่ให้บริการแก่เด็กชาวเขา โครงการนี้ประสบผลความสำเร็จเป็นอย่างดี แต่เราจะไม่หยุดพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ต่อไป   แล้วเราจะมาบอกเล่าความคืบหน้าให้ฟังกันอีกนะคะ!


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น