วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

พันล้านความคิด: เด็กๆ นักคิด เศรษฐกิจก็มั่งคั่ง



ในช่วงวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2559 รัฐบาลประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับสูง (High Level Meeting หรือ HLM) ซึ่งได้จัดมาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว (จึงเรียกการประชุมในครั้งนี้ย่อๆ ว่า HLM3) ซึ่งมีตัวแทนระดับสูงกว่า 160 คนจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมาหารือร่วมกันเพื่อส่งเสริมสิทธิเด็กในสาระสำคัญ 3 เรื่อง คือ การประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Universal Health Coverage หรือ UHC), ความรุนแรงต่อเด็ก (Violence Against Children หรือ VAC) และการคุ้มครองทางสังคมสำหรับครอบครัว (Social Protection for Families) และเนื่องในโอกาสนี้ ยูนิเซฟจึงได้จัดการแข่งขันไอเดียนวัตกรรมทางสังคมขึ้นมา ภายในชื่อ HLM3 Youth Innovation Challenge เพื่อเป็นเวทีให้เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 24 ปีได้เข้ามาร่วมแบ่งปันไอเดีย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในด้านสุขภาพ, การยุติความรุนแรง และการคุ้มครองทางสังคม


เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันไอเดียนวัตกรรมทางสังคมนี้ จะเลือกหัวข้อปัญหาเพื่อเสนอไอเดียในการแก้ไข โดยประเทศไทย เป็น 1 ใน 17 ประเทศที่เข้าร่วม และมีหัวข้อปัญหาให้เลือกดังนี้
  • การประกันสุขภาพถ้วนหน้า: เด็กและเยาวชนจะมีบทบาทในการกระตุ้นให้รัฐบาลจัดให้มีระบบประกันสุขภาพที่ครอบคลุมถึงเด็กและสตรีที่ขาดโอกาสให้พวกเขาได้รับบริการด้านสุขภาพที่ต้องการได้อย่างไร?
  • ความรุนแรงต่อเด็ก: ทำอย่างไรโรงเรียน เด็กและเยาวชน จะเข้าไปร่วมขัดขวางการกลั่นแกล้งบนโซเชียลมีเดียในเชิงรุก?
  • ความรุนแรงต่อเด็ก: พวกเราจะช่วยให้พ่อแม่เลิกใช้วิธีการลงโทษทางกาย แล้วหันมาประยุกต์ใช้แนวทางเชิงบวก ไม่ใช้ความรุนแรง ในการสร้างเสริมวินัยให้กับลูกๆ ได้อย่างไร?
  • การคุ้มครองทางสังคม: เทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกสูงอายุในครอบครัวได้อย่างไร?
ซึ่งผู้ที่ชนะการประกวดไอเดีย และได้เป็นตัวแทนจากประเทศไทย 3 คนได้แก่

  • น้องบลู นทนิน ราชประดิษฐ์ กับไอเดีย Teen Space
  • น้องพิม พรวิเศษ พรรัตนอนันต์ กับไอเดีย Experiment Counselling Centre
  • น้องดรีม กานต์ธีรา ทิพย์กาญจนรัตน์ กับไอเดีย Cybersmart
โดยน้องๆ ทั้งสามคนได้เข้าร่วม Bootcamp ที่ประเทศมาเลเซียในช่วงวันที่ 6-8 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนจากประเทศอื่นๆ อาทิ จีน มองโกเลีย เมียนมาร์ ลาว เนปาล ฯลฯ






โดยวันแรกที่เด็กและเยาวชนตัวแทนจากทุกประเทศมาถึง ก็ได้ทำความรู้จักกัน แบ่งทีมเพื่อเรียนรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน กิจกรรมในวันแรกเน้นไปที่การรู้จักตัวตน ผ่านการสะท้อนภาพของตนเองจากทั้งตนเองและจากครอบครัว เพื่อนและคนรู้จัก


ตัวแทนเด็กและเยาวชนกำลังแลกเปลี่ยนไอเดียกัน


ในวันที่สอง พวกเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการ ในการขัดเกลาไอเดียที่พวกเขามี ให้มีกรอบแนวคิดที่เป็นระบบมากขึ้น โดยมีการนำกรอบแนวคิด Theory of Change มาเป็นแนวทาง โดยในกิจกรรม น้องๆ เด็กและเยาวชนตัวแทนจากประเทศต่างๆ จะได้ลงมือปฏิบัติจริงตามขั้นตอนในการวางแผน ภายใต้กรอบแนวคิด Theory of Change ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับตัวแทนจากประเทศอื่นๆ เพื่อขัดเกลาไอเดียของตนให้มีความเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง




นอกจากนี้ น้องๆ ยังได้ลองพิจารณาแนวทางในการแก้ปัญหาอื่นๆ นอกเหนือจากไอเดียที่ได้คิดเอาไว้ เช่น การวิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายมีปัญหาอื่นใดอีกหรือไม่ หรือ ปัญหาที่ต้องการแก้ไขมีกลุ่มเป้าหมายอื่นหรือไม่ ผ่านกระบวนการสำรวจหาทางเลือกอื่น และวิเคราะห์อุปสรรคผ่านกระบวนการ Barrier Analysis และในช่วงบ่ายนี้เองน้องๆ ก็เริ่มลงมือด้วยการติดต่อไปยังทีมของพวกเขาในประเทศของตน หาข้อมูลเพิ่มสำหรับประกอบการนำเสนอไอเดียของพวกเขาผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การสัมภาษณ์ตัวแทนกลุ่มเป้าหมาย การทำเว็บไซต์หรือแบบสำรวจเพื่อรวบรวมข้อมูล เป็นต้น


น้องบลู (เสื้อส้ม) กำลังแลกเปลี่ยนไอเดียกับตัวแทนจากประเทศอื่นๆ


ตรงนี้ วิทยากรได้แนะนำแนวทางในการทดสอบไอเดียไว้ 3 แนวทาง คือ
  • การสำรวจ (Exploration) ใช้สำหรับการค้นหาปัญหาที่มีอยู่ในปัจจุบัน และกลุ่มเป้าหมาย โดยผ่านการสัมภาษณ์
  • การเสนอขาย (Pitch) เป็นการถามความเห็นจากกลุ่มเป้าหมาย เพื่อดูว่าพวกเขาเห็นประโยชน์ของวิธีการแก้ปัญหาหรือไม่
  • คนเฝ้าประตู (Concierge) เป็นเทคนิคในการสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดความสนใจในวิธีการแก้ปัญหา ด้วยการนำเสนอให้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวนน้อยๆ ก่อน เพื่อให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นกับวิธีการดังกล่าว เป็นการทดสอบว่า กลุ่มเป้าหมายสนใจที่จะใช้วิธีการนี้หรือไม่

น้องพิม (ซ้าย) กับ น้องดรีม (ขวา) กำลังแลกเปลี่ยนไอเดีย


วันที่สาม เป็นวันที่ไอเดียทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เหลือแค่การเลือกรูปแบบของการดำเนินการที่เหมาะสมกับไอเดีย เพื่อให้ไอเดียในการแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งน้องๆ ก็รู้จักรูปแบบขององค์กรที่ไม่หวังผลกำไร (Non-profit model), องค์กรเพื่อสังคม (Social enterprise) และการสร้างพันธมิตร (Partnership) และได้เลือกหารูปแบบที่เหมาะสมสำหรับไอเดียของตนเอง


ตัวแทนเด็กและเยาวชนที่มาร่วม Bootcamp กำลังเรียนรู้วิธีการนำเสนอไอเดียให้มกระชับ มีประสิทธิภาพ


จากนั้นในช่วงบ่ายที่เป็นโค้งสุดท้ายก่อนจะทำการนำเสนอไอเดียให้กับกรรมการในช่วงค่ำ น้องๆ ก็ได้เรียนรู้ทักษะในการนำเสนอให้มีความน่าสนใจ และกระชับ เพราะน้องๆ จะมีเวลาในการนำเสนอไอเดียให้กับกรรมการเพียงแค่คนละ 5 นาทีเท่านั้น แต่ต้องอธิบายให้กรรมการได้ทราบถึงปัญหา แนวทางการแก้ไขที่น้องๆ คิดได้ หลักฐานที่จะมาสนับสนุนแนวคิดนี้ ขั้นตอนไปของแผนการแก้ปัญหา และการทำไอเดียนี้ให้มีความยั่งยืน


น้องพิม พรวิเศษ กำลังนำเสนอไอเดียของตนให้กรรมการได้ฟัง


ตัวแทนเด็กและเยาวชนจากประเทศอื่นๆ กำลังนำเสนอไอเดียของตนให้กรรมการได้ฟัง

ช่วงค่ำ ตัวแทนเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วม HLM3 Youth Innovation Challenge Boothcamp ต้องนำเสนอไอเดียของพวกเขาต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมาจากหลากหลายสาขาและวิชาชีพ ซึ่งแต่ละคนก็จะได้มีโอกาสนำเสนอสองรอบ โดยแต่ละรอบมีเวลา 5 นาที และเมื่อจบการนำเสนอคณะกรรมการก็จะให้ฟีดแบ็กในการปรับปรุงไอเดียเพื่อให้ดียิ่งขึ้น และให้คะแนนไอเดียแต่ละไอเดีย จากนั้นก็ทำการคัดเลือก 6 สุดยอดไอเดีย เพื่อไปนำเสนอต่อผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจาก 29 ประเทศในการประชุมระดับสูง HLM3 ซึ่งปีนี้มีธีมว่า "พันล้านความคิด: เด็กๆ เป็นนักคิด เศรษฐกิจก็มั่งคั่ง (A Billion Brains: Smarter Children, Healthier Economies)" ซึ่งหนึ่งในนั้นคือน้องดรีม กานต์ธีรา จากประเทศไทยนั่นเอง


ตัวแทนเด็กและเยาวชน 6 คน 6 ไอเดีย จาก 5 ประเทศ
ขึ้นนำเสนอไอเดียให้ผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมประชุม HLM3 ได้ฟัง


และในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 ในระหว่างกิจกรรมในช่วงเช้า ผู้เข้ารอบทั้งหกคน หกไอเดีย จากประเทศภูฏาน (2 คน), อินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, เนปาล และไทย ก็เข้าเก็บตัวเพื่อปรับปรุงสไลด์นำเสนอไอเดีย และเตรียมตัวสำหรับการนำเสนอของตนเอง ... ช่วงบ่าย เหล่าเด็กและเยาวชนจาก HLM3 Youth Innovation Challenge Bootcamp ก็เดินทางไปยังสถานที่จัดประชุม HLM3 เพื่อเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการนำเสนอไอเดียของเพื่อนๆ ทั้งหกคน

ทั้งหกคนสามารถนำเสนอไอเดียของตนได้อย่างคล่องแคล่ว และไอเดียแต่ละไอเดียนั้น มีความน่าสนใจมาก แต่น่าเสียดายที่จะมีเพียง 3 ไอเดียเท่านั้นที่จะได้รับ Seeding fund เพื่อให้นำไปสานต่อให้ไอเดียเป็นจริงขึ้นมาได้ และจากการพิจารณาโดย Super judge ทั้งสามท่าน ก็ได้ผู้ชนะเลิศ 3 คนผ่านเข้ารอบสุดท้ายนี้ คือ และน้องดรีม กานต์ธีรา ตัวแทนจากประเทศไทยของเรานั่นเอง





น้องดรีม กานต์ธีรา ตัวแทนจากประเทศไทยเจ้าของ 1 ใน 3 ไอเดียชนะเลิศ
HLM3 Youth Innovation Challenge

เหล่าผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่มาร่วมประชุม HLM3
ปรบมือให้กับตัวแทนเด็กและเยาวที่นำเสนอผลงาน

จบการนำเสนอ ผู้นำจากทุกประเทศต่างลุกขึ้นปรบมือให้กับตัวแทนเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่ใช่แค่กับทั้งหกไอเดียที่ผ่านเข้ารอบ แต่รวมถึงเป็นกำลังใจให้กับเด็กและเยาวชนที่มาเข้าร่วม Bootcamp ทุกคน เพราะพวกเขาคือพลังของคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เรามีเด็กและเยาวชนกว่า 1 พันล้านคนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี พวกเขาคือพลังอันยิ่งใหญ่ที่หากเราสามารถเข้าถึงได้ ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล

การประกวดไอเดียนวัตกรรมทางสังคม HLM3 Youth Innovation Challenge ของยูนิเซฟในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีในการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการเปิดรับฟังความเห็นของเด็กและเยาวชน และน้องๆ ตัวแทนเด็กและเยาวชนจากประเทศไทยทั้งสามคน ก็อยากฝากให้ทุกๆ คนตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้เช่นกัน

“บางครั้งผู้ใหญ่ไม่ค่อยให้น้ำหนักกับเสียงของเด็กและเยาวชนเพียงเพราะคิดว่าเราอายุน้อย หรือด้อยประสบการณ์ แต่การแก้ปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือจากสองฝ่าย หากกลุ่มเป้าหมายที่คุณพยายามช่วยไม่ตอบรับ ก็แสดงว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด”
- นทนิน ราชประดิษฐ์

“ปัจจุบันสังคมไทยฟังเสียงเด็กและเยาวชนน้อยไป โดยอาจลืมไปว่าพวกเขาคือคนรุ่นต่อไปที่จำเป็นกำลังของชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะกำหนดทิศทางชีวิตและอนาคตของพวกเขา ... อยากให้ผู้ใหญ่ในสังคมรับฟังพลังเสียงเล็ก ๆ เหล่านี้ เพื่อเป็นพลังผลักดันสังคมให้มองไปข้างหน้าต่อไปค่ะ”
- พรวิเศษ พรรัตนอนันต์

“ควรส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังและเป็นระบบ ในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเด็กและเยาวชน ผ่านกลไกที่รับฟังความเห็นจากเด็กและเยาวชน ตั้งแต่กระบวนการร่างนโยบายและการตัดสินใจ เพราะเด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากทั้งปัญหา และนโยบายที่จะนำมาใช้แก้ไขปัญหาค่ะ”
- กานต์ธีรา ทิพย์กาญจนรัตน์




ภาพบรรยากาศใน HLM3 Youth Innovation Bootcamp









เขียนโดย: คงเดช กี่สุขพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น