วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

การศึกษาเพื่อสร้างอนาคต

ประเทศเนปาล ยูนิเซฟช่วยฟื้นฟูการศึกษาให้กับเด็กๆ ที่ประสบภัยแผ่นดินไหว

โดย มัลลิกา อารยาล (Mallika Aryal)

เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล - ขณะนั้นเป็นเวลา 6 โมงเช้า ที่หมู่บ้านขนาดเล็กชื่อ Kavresthali ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเกือบ 10 กิโลเมตร รันจิตา ภัณฑรี อายุ 16 ปี ตื่นขึ้นได้ชั่วโมงเศษแล้ว เธออยู่ในชุดเครื่องแบบนักเรียน ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน สวมทับด้วยเสื้อสีกรมท่า ผ้าผูกคอลายแถบ กระโปรงจีบสีกรมท่า ถุงเท้ายาวสีดำ และรองเท้าสีดำที่ขัดไว้อย่างดี ผมยาวของของเธอถูกมัดไว้เรียบร้อยไม่ให้บังใบหน้า รันจิตายืนกระสับกระส่ายอยู่นอกบ้าน ซึ่งเป็นกระท่อมขนาดเล็กทำด้วยแผ่นสังกะสีกับผ้าใบ

รันจิตากำลังจะเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC) เป็นการสอบระดับประเทศซึ่งนักเรียนเกรดสิบต้องสอบผ่าน ก่อนเข้าเรียนต่ออีกสองปีในระดับมัธยมปลาย สำหรับปีนี้ มีเด็กกว่า 600,000 คนทั่วประเทศเนปาลที่เข้าร่วมการสอบดังกล่าว ซึ่งมักถูกกล่าวขานว่าเป็น "ด่านเหล็ก"

"การสอบครั้งนี้จะเปิดโอกาสมากมายให้กับหนู" รันจิตาอธิบาย "เป็นประกาศนียบัตรที่พวกเขาจะขอดูจากหนูก่อนเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมปลายและวิทยาลัย รวมถึงการสมัครงาน หรือหากหนูต้องการไปต่างประเทศเพื่อทำงานหรือเรียนต่อ"

แม่กำลังกอด รันจิตา พานดารี (Ranjita Bhandari) อายุ 16 ปี นอกเพิงพักชั่วคราวของครอบครัว ก่อนที่รันจิตาจะไปเข้าร่วมการสอบเพื่อรับประกาศนียบัตรจบการศึกษา (School Leaving Certificate - SLC)
Kiran Panday ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ 

ยืนด้วยขาตนเองอีกครั้งโดย Akriti กำลังได้กลับไปเข้าเรียน

เรื่องราวชีวิตใหม่ของเด็กหญิงที่เคยอยู่ในภาวะขาดสารอาหารจนเกือบเสียชีวิต

โดย Naresh Newar

ลลิตปูร์, เนปาล – ยูนิเซฟเข้ามาในชีวิตของเด็กหญิง Akriti Banskota วัยสี่ขวบได้เป็นเวลาเก้าเดือนแล้ว เรื่องราวนี้เป็นตัวอย่างว่าโภชนาการชุมชนสามารถสร้างความแตกต่างในการลดภาวะขาดสารอาหารรุนแรงในประเทศได้อย่างไร

Akriti Banksota วัย 4 ขวบ กับเพื่อนๆ ในศูนย์พัฒนาการเด็กปฐมวัย (ECD) ในหมู่บ้านชาปาคาวัน เมืองลลิตปูร์
รูปถ่ายโดย Narendra Shrestha สำหรับยูนิเซฟ

Akriti ได้รับการตรวจพบว่ามีอาการขาดสารอาหารรุนแรงเรื้อรังจากโครงการด้านภาวะโภชนาการฉุกเฉินที่สนับสนุนโดยยูนิเซฟ ซึ่งเริ่มขึ้นในชุมชนที่เด็กหญิงอาศัยอยู่หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2558 เป็นเวลา 2 เดือน

“มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่เห็นน้องเค้าหัวเราะ พูดคุย และวิ่งไปรอบ ๆ” Kriti KC นักโภชนาการอาชีพสาวซึ่งทำงานกับศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาสังคม (SDPC) ภาคียูนิเซฟ กล่าว เธอหวนนึกถึงตอนแรกที่ได้เจอกับ Akriti ว่าเป็นเด็กที่เงียบมาก

10 ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน

แปลและเรียบเรียงโดย คงเดช กี่สุขพันธ์, ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสารนิเทศ (ดิจิทัล) องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย


เนื่องในวันที่ 24-30 เมษายนนี้ เป็นสัปดาห์เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโลก หรือ World Immunization Week ยูนิเซฟประเทศไทยเลยถือโอกาสเขียนถึงเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายสักหน่อยนะครับ

ยังมีเด็ก ๆ อีกจำนวนมาก ที่ไม่ได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพวกเขา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่คุณพ่อคุณแม่อาจจะยังมีคนเข้าใจที่ผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีน ดังนั้น มาดูกันดีกว่าว่าความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันนั้น แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2559

ยูนิเซฟช่วยบำบัดภาวะบอบช้ำทางจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

โดย Mallika Aryal

นาง กมลา ราย (Kamala Rai) กำลังทำงานในครัวของเพิงพักชั่วคราวของเธอที่เขต (Nuwakot) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 เขตของประเทศเนปาลที่ได้รับความเสียหายร้ายแรงที่สุดจากเหตุแผ่นดินไหวแมกนิจูด 7.8 เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2558 ภัยพิบัติครั้งนั้นทำให้กมลาสูญเสียลูกชายแรกเกิดของเธอไป
Prakash Mathema ถ่ายภาพนี้ให้กับยูนิเซฟ

เขต Nuwakot ประเทศเนปาล - ตอนสายของวันที่ 25 เมษายน 2558 ที่หมู่บ้าน Charghare ในเขต Nuwakot ทางตะวันออกของเมืองหลวงกาฐมาณฑุ นางกมลา ราย เพิ่งตื่นจากการงีบหลับไปพร้อมกับลูกชายแรกเกิดซึ่งเป็นลูกคนที่สี่ของเธอ กมลาปล่อยให้ทารกที่ยังหลับสนิทนอนอยู่ในบ้านและออกไปเรียกลูกสาวสามคนให้มาช่วยกันซักผ้า ซึ่งเป็นภารกิจปกติทุกวันเสาร์ของครอบครัว ทันใดนั้น พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง สิ่งแรกที่เธอคิดถึงคือทารกน้อยซึ่งกำลังหลับอยู่ในบ้าน และกรีดร้องพลางวิ่งเข้าไปหาลูก

"หลังจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ" กมลาเล่าในบ่ายวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะนั่งอยู่ในเพิงพักชั่วคราว

เพิงพักของกมลามุงด้วยสังกะสีและใช้ผ้าใบแทนฝาบ้าน ภายในเพิงมืดมากขณะที่เธอหั่นผักสำหรับมื้อค่ำ ส่วนพื้นของเพิงก็เย็นเฉียบ

"ตอนที่ดิฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล พวกเขาบอกว่าลูกชายคนเล็กของดิฉันได้จากไปแล้ว" เธอพูดทั้งน้ำตา "แผ่นดินไหวพรากลูกของดิฉันไป"

หลังเหตุแผ่นดินไหว กมลาต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลายสัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

"ดิฉันรู้สึกไม่ดีเลย หมดกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อไป" เธอบอก

การได้กลับบ้านไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2559

เติบโตขึ้นที่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แม่วัยสาวต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกสาวที่เกิดในวันที่เกิดภัยพิบัติ

โดย Avinashi Paudel

อมิตา กูรุง อุ้มลูกสาววัย 11 เดือน อาภิตา ในหมู่บ้าน Chomar, Photo by Chandra Shekhar Karki for UNICEF.

กอร์ขา เนปาล - “ฉันรักลูกสาวฉันมากที่สุดในโลก” อมิตา กูรุงกล่าว ขณะอุ้มทารกน้อยอาภิตาแน่น “แต่เมื่อฉันคิดถึงวันที่เค้าเกิด ฉันก็รู้สึกอยากร้องไห้”

วันนั้นเป็นวันที่แผ่นดินไหวรุนแรงเกิดขึ้นที่ตอนกลางของเนปาลในเดือนเมษายนปีที่แล้ว โดยหมู่บ้านของ อมิตาตั้งอยู่จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

มันเป็นช่วงเที่ยงวันเสาร์ที่น่าเบื่อวันหนึ่ง อมิตาตั้งท้องได้เก้าเดือนกำลังนอนดูทีวีอยู่บนเตียง ทันใดนั้น เธอได้ยินเสียงรัวเร็วและเสียงน้องสาวตะโกน “แผ่นดินไหว แผ่นดินไหว” อมิตาพาท้องแก่ออกมาจากบ้านที่กำลังพังทลายขณะที่ทุกสิ่งสั่นไหวเป็นเสมือนฝันร้ายสำหรับแม่วัยสาวคนนี้

ในคณะกรรมการพัฒนาหมู่บ้าน (VDC) Barpak ของหมู่บ้าน Snan ประชาชนได้รวบรวมและเก็บอาหารจากเศษซากของร้านค้าหมู่บ้าน อมิตารู้สึกปวดท้องหลังจากแผ่นดินไหวไม่กี่ชั่วโมง เธอบอกพ่อตาและเขาก็รู้ทันทีว่าอมิตาปวดท้องคลอด ไม่นานหลังจากนั้น อมิตาจึงถูกนำตัวเข้ามาในคอกวัว

หลังปวดท้องคลอดอย่างรุนแรงเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เสียงร้องแรกของอาภิตานำพาชีวิตกลับมายังหมู่บ้าน Snan อีกครั้ง ครอบครัวและชาวบ้านต่างรู้สึกกลัวเกรงพลังธรรมชาติที่สามารถสร้างหายนะและเบ่งบานได้ในเวลาเดียวกัน