วันอาทิตย์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2559

การศึกษาปฐมวัยส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร



เรื่องโดย เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา / วิดีโอโดย เมธี เถื่อนทับ

เรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2559

เชียงใหม่, 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 – สุชานรี ยาบัว หรือ “น้องอาย” จูงมือพ่อขณะเดินทางไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เทศบาลเมืองแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ทันทีที่เธอเดินเข้าไปในบริเวณโรงเรียนและสวัสดีคุณครูแล้ว เพื่อนสนิทก็ชวนเธอไปสนามเด็กเล่นเพื่อรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ที่กำลังสนุกกับของเล่นชิ้นโปรด

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของประเทศไทยช่วยครอบครัวยากจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


 
อภิญญา สัตตารัมย์ กำลังประคองลูกน้อยของเธอชื่อ น้องเพลง ซึ่งต้องให้อาหารทางสายยาง
© UNICEF Thailand/2016/Jingjai N


ผู้เขียน
เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ แอนดี้ บราวน์ องค์การยูนิเซฟ สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

อภิญญาเป็นหญิงวัย 27 ปี เธอมีบุตรสองคน คนโตอายุ 8 ขวบ ส่วนในภาพคือบุตรคนเล็กของเธอชื่อ น้องเพลง น้องเพลงเกิดเมื่อเดือนกันยายน 2558 เขามีร่างกายเล็กและบอบบาง ที่แก้มซ้ายมีเทปติดยึดสายยางสำหรับให้อาหาร และเหนือหน้าผากมีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ น้องเพลงไม่สามารถกินนมจากอกแม่เนื่องจากมีปัญหาสำลักน้ำคร่ำขณะคลอด อภิญญาจึงต้องออกจากงานเพื่อใช้เวลาทั้งหมดในการดูแลบุตรคนนี้

อภิญญาเล่าว่า "เพลงกินนมจากอกแม่ไม่ได้ ดิฉันจึงต้องให้อาหารลูกทางสายยาง และต้องใช้จ่ายเดือนละ 2,000 ถึง 3,000 บาทสำหรับเลี้ยงดูเขา"

ครอบครัวของอภิญญามีฐานะยากจนมาก พวกเขาอาศัยอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย บ้านของอภิญญาถูกสร้างขึ้นโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและมีสภาพทรุดโทรมมาก ครอบครัวนี้ดำรงชีวิตโดยอาศัยรายได้จากสามีของอภิญญา ซึ่งทำงานในร้านจำหน่ายเครื่องมือและวัสดุก่อสร้าง โดยได้รับค่าจ้างประมาณเดือนละ 4,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 800 บาทที่อภิญญาได้รับเนื่องจากอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ครอบครัวนี้ก็ต้องดำรงชีวิตอย่างอัตคัดขัดสน