วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ยูนิเซฟช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ประสบอุทกภัย



ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยในจ.นครศรีธรรมราชได้รับอุปกรณ์การเรียนการสอนจากยูนิเซฟ

โดย: เหมกานติ์ ศรีจรัสจรรยา

นครศรีธรรมราช, 24 กรกฎาคม 2560  ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ภาคใต้ของประเทศไทยประสบกับภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 30 ปี โดยมีการประเมินว่า มีประชากรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้กว่า 1 ล้านคน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 5,000 หมู่บ้านของ 12 จังหวัดทางภาคใต้

หลังเกิดเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่ยูนิเซฟได้เดินทางลงพื้นที่ใน 3 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งได้แก่ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และตรัง เพื่อประเมินสถานการณ์ของเด็กและสตรี และประเมินโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านการปกป้องคุ้มครองเด็ก น้ำและสุขอนามัย สุขภาพ โภชนาการ และการศึกษา 

หลังจากการประเมินสถานการณ์ ยูนิเซฟได้มอบเงินจำนวน 1.2 ล้านบาทให้กับสหทัยมูลนิธิเพื่อใช้ในการจัดหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์การเรียนการสอนแก่เด็กและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นชุดนักเรียน กระเป๋าเรียน รองเท้านักเรียน ถุงเท้า ตะกร้าใส่ของใช้ ราวตากผ้า ถังน้ำสำหรับใช้ในครอบครัว เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับการศึกษาที่ต่อเนื่อง โภชนาการที่เหมาะสม และมีสุขอนามัยที่ดี ยูนิเซฟยังได้มอบเงินสนับสนุนจำนวนเงิน 1,200 บาทต่อครอบครัว ให้แก่ 430 ครอบครัว เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการซื้อของใช้ที่จำเป็น ซึ่งราว 95 เปอร์เซ็นต์ของครอบครัวที่ได้รับความช่วยเหลือนี้เป็นครอบครัวยากจน

นอกจากนี้ ยูนิเซฟได้แจกจ่ายอุปกรณ์การเรียนการสอนมูลค่า 5,000 บาทให้แก่ศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัย 46 แห่ง เพื่อทดแทนอุปกรณ์ที่เสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม อาทิ บล๊อคตัวต่อ หนังสือนิทาน ตุ๊กตา และของเล่นเสริมพัฒนาการเพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ

ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการรับมือภาวะฉุกเฉินในอนาคต ยูนิเซฟสนับสนุนการจัดการอบรมให้แก่ครอบครัวในกรณีเกิดอุทกภัย โดยมีหลายร้อยครอบครัวได้เข้าร่วมการฝึกอบรมในครั้งนี้ และตอนนี้พวกเขาก็มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการรับมือกับภาวะฉุกเฉินที่จะเกิดขึ้นในครั้งต่อ ๆ ไป

เสียงจากครอบครัวและผู้ดูแลเด็ก

ปัทมา บุญผลึก 32 ปี มีลูก 4 คน อาชีพรับจ้าง
พอเค้าประกาศว่าน้ำเหนือจะมา เราก็เตรียมตัวรับมือ เก็บรองเท้านอกบ้าน เก็บของขึ้นมาไว้นอกชาน แต่กะว่าจะมาไม่ถึงนอกชาน ตอนนั้นก็ฝนตกอยู่เรื่อย ๆ ตื่นมาตอนเที่ยงคืน น้ำถึงบันได ก็คาดว่าน้ำจะมาแค่นี้ ไม่ถึงนอกชาน แต่พอตี 2 กว่า ๆ ก็มีประกาศว่า คนที่น้ำเข้าบ้านให้ไปอยู่มัสยึดได้เลย ตอนนั้นน้ำก็สูงมาก เก็บของไม่ทันแล้ว เลยรีบปลุกลูก ๆ ให้เตรียมตัว บอกว่าเอาชีวิตรอดก่อน ของ เสื้อผ้า ทิ้งไปเลย... น้ำท่วม 7 วัน ข้าวของเสียหายหมด รองเท้านักเรียนของลูกลอยไปชายป่าหมดเลย
 
ได้รับเงินช่วยเหลือจากยูนิเซฟ 1200 บาท ก็เอามาซื้อชุดนักเรียน รองเท้า ถุงเท้า ให้ลูก ๆ 4 คน คนละชิ้น ๆ เราก็ดูว่าลูกคนไหนขาดอะไรก็ซื้อสิ่งนั้นให้ ก็ซื้อรองเท้านักเรียนให้ลูกคนโต ซื้อกางเกงนักเรียนให้ลูกชาย ซื้อเสื้อนักเรียนให้ลูกสาวคนเล็ก บางคนก็ได้ถุงเท้า เงินจำนวนนี้ช่วยเราได้มาก เพราะปรกติทำงานได้เงินเพียงวันละ 300 บาท ทุกเดือนค่าใช้จ่ายก็จะพอดี ไม่ได้มีเงินเหลือไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

สมพิศ กระฉ่อนวงศ์ อายุ 60 ปี
บ้านของป้าอยู่ในสลัมหลังโรงเรียนใน อ เมือง จ นครศรีธรรมราช พอฝนตก น้ำก็เข้ามาทางหลังบ้าน เสาบ้านก็ค่อย ๆ ทรุด น้ำเข้าบ้านหมดเลย น้ำขึ้นสูงเท่าตัวหลานสาว บ้านอยู่ไม่ได้เลย เพราะบ้านเอนไปหมด เสาก็เอน ที่นอนและตู้ก็โดนน้ำซัดไปหมด เลยต้องออกมานอนบนถนนกับหลาน ลำบากมาก ๆ ฝนตกฟ้าร้องก็ต้องนอนแบบนั้น
ป้าได้เงินมา 1200 บาท ดีใจมาก เอาเงินไปซื้อเสา ตะปู มาซ่อมบ้าน เวลาใครรื้อบ้าน ก็ไปตามเก็บไม้เก่า ๆ เอามาดามบ้าน ซื้อของไปแล้วยังเหลือเงินอีก 300 บาท ก็เอามาซื้อเมล็ดผักปลูกเพื่อทานและขาย มีผักบุ้ง คะน้า มะนาว แล้วก็เงินเอามาซื้อพรมเก่า เอาพรมมารองพื้นกระดานที่บ้าน เพราะพื้นบ้านเป็นร่อง ป้าไม่มีเงินซื้อไม้อัด ก็ต้องเอาพรมมาปิดเพราะกลัวสัตว์พวกงู ตะขาบ แมลงป่องเข้ามาในบ้าน หลานจะเป็นอันตราย

รัชณา คงแก้ว อายุ 32 ปี ครูผู้ดูแลเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะ
ที่โรงเรียนโดนน้ำท่วมทุกปี แต่ปีนี้น้ำท่วมสูงที่สุด สูงถึง 1.80 เมตร ตอนน้ำท่วม น้ำจะขังอยู่ในห้องเรียน น้ำในห้องเรียนจะวนไปวนมา และดันประตูพังออกมา ข้าวของที่อยู่ในห้องเรียนเสียหายหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ หรือสื่อการเรียนการสอน โรงเรียนหยุดไป 5 วัน ผู้ปกครองและเด็กได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาก...
ครูมาดูตอนน้ำยังไม่แห้ง มาดูว่าข้าวของเสียหายขนาดไหน เห็นครั้งแรก รู้สึกใจหาย เพราะของในห้องเรียนไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลือแม้แต่บล็อคสักชิ้นเดียว เพราะประตูห้องเรียนพัง น้ำเลยซัดของไปหมด โต๊ะ เก้าอี้ก็แช่ในน้ำจนพอง ไม่สามารถใช้การอะไรได้อีกเลย
ความช่วยเหลือที่ได้จากยูนิเซฟเป็นสื่อการเรียนการสอนสำหรับเด็ก เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ส่วนมากเป็นอุปกรณ์ที่ส่งเสริมการบริหารกล้ามเนื้อมือ และการใช้ประสาทสัมผัสระหว่างมือและตา รวมทั้งมีเกมส์การศึกษา เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ครบทุกด้าน

สุพร นากแก้ว อายุ 43 ปี มีลูก 4 คน
ที่บ้านโดนน้ำท่วมหลายครั้ง แต่ไม่เคยน้ำขังเป็นอาทิตย์แบบครั้งนี้ ตนเองไปไหนไม่ได้เลย ลำบากโดยเฉพาะเวลาเข้าห้องน้ำ เพราะห้องน้ำก็โดนน้ำท่วม จึงต้องอยู่แต่บนบ้านกับลูกคนที่ 2 ซึ่งพิการแต่กำเนิด ตนเองป่วยเป็นโรคไต ตอนน้ำท่วมก็ต้องเลื่อนนัดหมอ จึงต้องล้างไตเองที่บ้าน เรื่องอาหารการกินก็ลำบาก ตอนนั้นน้ำขัง 5 วัน สามีก็ต้องหยุดงาน ส่วนตนเองไม่ได้ทำงานมาเป็นสิบปีแล้วเนื่องจากป่วย
เงินที่ได้รับจากยูนิเซฟเอาไปซื้อชุดนักเรียนให้ลูกคนเล็ก และซื้อถุงเท้า รองเท้า ชุดนักศึกษา ให้แก่ลูกคนโต

ดวงพร พุญสัน อายุ 34 ปี แม่ลูกแฝด ประกอบอาชีพบริการรับซักรีด
ตอนน้ำท่วม ดิฉันก็ดูลูกและทำงานด้วย พอระดับน้ำสูงก็เอาลูกตั้งไว้บนเตียง ตอนนั้นลูกแฝดอายุ 7 เดือน น้ำมาเร็วมากและเชี่ยวมาก น้ำเข้ามาหลังบ้านโดยที่ดิฉันตั้งตัวไม่ทัน ปรกติที่บ้านน้ำท่วมทุกปี แต่ปีนี้น้ำมาไวมากและท่วมสูงมาก ดิฉันและพี่สาวเก็บของไม่ทันเลย ข้าวของที่เคยตั้งไว้บริเวณพ้นน้ำปีอื่น ๆ พอมาตั้งปีนี้ไม่พ้นน้ำ น้ำท่วมสูงประมาณครึ่งนึงของหน้าต่างบ้าน ท่วมอยู่อาทิตย์กว่า ตอนนั้นลำบากมาก เพราะที่บ้านมีทั้งคนแก่และเด็ก
พอน้ำลด ก็กลับมาดูบ้าน พอดิฉันเปิดประตูมาน้ำตาไหล ไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ภาพที่เห็นคือ ของสำคัญทุกอย่างลอยน้ำหมด ฝาผนังก็เสียหาย เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องซักผ้า ตู้เย็น อุปกรณ์ทำงาน และโต๊ะรีดผ้าก็เสียหายทั้งหมด
ดิฉันนำเงินที่ได้รับจากยูนิเซฟมาซื้ออุปกรณ์ทำงานที่เสียหายจากน้ำท่วม เข่น โต๊ะรีดผ้า ตู้เก็บเสื้อผ้าที่ซักรีด และก็เอามาซ่อมเครื่องซักผ้า เพราะโดนน้ำท่วมจนไม่สามารถใช้งานได้ เงินช่วยเหลือจำนวนนี้สำคัญมาก เพราะตอนน้ำท่วมนั้น ดิฉันไม่ได้ทำงาน ก็ต้องเอาเงินเก็บมาใช้ก่อน จึงทำให้เงินร่อยหรอลง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น