วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2560

สิ่งที่คุณแม่ชาวโรฮิงญากลัวที่สุด


ต่อไปนี้คือเรื่องจริงอันแสนรันทดใจที่คุณแม่ผู้ลี้ภัยนับพัน ๆ คนต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้

ในแต่ละวันผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาภายในค่ายผู้ลี้ภัยในอำเภอค็อกซ์บาซ่าร์ต้องเผชิญกับความเลวร้ายในรูปแบบใหม่ๆ ที่ถาโถมเข้ามา ซึ่ง ณ ขณะนี้ เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่เร่งด่วนอย่างมาก ชะตากรรมของเด็กน้อยอย่างน้องอนามุล วัย 9 เดือน เป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี

นูราอชา คุณแม่วัย 20 ของน้องอนามุล ได้พาน้องมายังเต้นท์บริการด้านสุขภาพหลังหนึ่งซึ่งสนับสนุนโดยยูนิเซฟ บังกลาเทศ และกระทรวงสาธารณสุขของบังกลาเทศเพื่อรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดและโรคหัดเยอรมัน ภัยคุกคามจากการติดเชื้อมีอยู่เป็นวงกว้าง ทั้งชุมชนผู้ลี้ภัยที่เพิ่งเดินทางมาถึงและบุคลากรทางการแพทย์ต่างก็ทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้วัคซีนแก่เด็ก ๆ จำนวน 150,000 คนโดยเร็วที่สุด

แต่เมื่อมาถึง ทั้งแม่และลูกต่างก็ตระหนักดีว่าอนามุลต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน


ตัวน้องอนามุลและคุณแม่ของเขา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว รีบรุดเข้าไปพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการของยูนิเซฟและพันธมิตรของยูนิเซฟ เพื่อคัดกรองภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันของเด็ก

ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า น้องอนามุลเป็นหนึ่งในเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน


© UNICEF Australia/Matthew Smeal


เมื่อผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการทำการวัดรอบต้นแขนอันน้อยนิดของน้องอนามุล ค่าที่อ่านได้คือ 7 ซึ่งหากต่ำกว่า 12 นั่นหมายความว่าเด็กคนนั้นมีภาวะทุพโภชนาการ ทว่า ยิ่งค่าออกมาน้อยเท่าไหร่ ย่อมหมายความว่าพวกเขามีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหากไม่ได้รับการบำบัดอย่างทันท่วงที ซึ่งเด็กน้อยผู้อดอยากคนนี้ มีสัญญาณของภาวะทุพโภชนาการอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นขมับที่ซูบผอม การขาดองค์ประกอบของกล้ามเนื้อในแขนท่อนบน และซี่โครงน้อย ๆ ของเขาที่โผล่ออกมาเห็นได้ชัด

เราจึงรีบส่งนูราอชาและลูกชายคนสำคัญของเธอไปยังคลีนิก ซึ่งมีเด็ก ๆ จำนวนมากที่มีอาการแบบลูกของเธอเข้ารับการบำบัดอยู่ในทันที

และในระหว่างที่เธอรอออกจากคลีนิก เธอก็ได้แชร์เรื่องราวที่แสนจะปวดใจของเธอให้กับเรา

"ราว ๆ หนึ่งสัปดาห์ที่ฉันเดินทางมาถึงบังกลาเทศ สามีของฉันก็อยู่ที่นี่ด้วย แต่ว่าเขากำลังป่วยมีไข้" นูราอชาบอกกับเรา

"หลังจากมาถึงที่นี่ ฉันก็มาพักอาศัยที่สถานที่แห่งหนึ่ง แต่ว่ามีบางคนผลักดันให้ฉันต้องย้ายไปอีกที่หนึ่ง แล้วก็อีกที่หนึ่ง แล้วก็อีกที่หนึ่ง"

นูราอชาต้องหนีจากความรุนแรงออกมาที่ประเทศบังกลาเทศ โดยไม่มีอะไรติดตัวมาเลย มีคนแบ่งปันอาหารให้กับเธอจำนวนหนึ่ง แต่มันก็เริ่มจะร่อยหรอลง ฉันจึงถามเธอว่าเธอให้อะไรแก่ลูกน้อยของเธอทาน

"ฉันมีนมและข้าวผัดติดตัวมานิดหน่อย ฉันเลยค่อย ๆ ป้อนให้กับเขา ลูกน้อยของฉันมีแค่นมอยู่นิดหน่อย ฉันจึงต้องผสมข้าวผัดลงไปในนมด้วย"



© UNICEF Australia/Matthew Smeal


ยูนิเซฟประเมินว่ามีเด็ก ๆ ซึ่งมีภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันร้ายแรงอยู่ราวๆ 3,000 ถึง 4,000 คน เดินทางมาถึงประเทศบังกลาเทศตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคม พวกเขาต้องได้รับการบำบัดโดยทันทีมิเช่นนั้นพวกเขาอาจเสียชีวิตได้

พวกเราพยายามอย่างดีที่สุดในการที่จะเข้าถึงวพกเขา แต่ในพื้นที่ชั่วคราวจำนวนมาก ผู้คนอาศัยอยู่ในที่ห่างไกลและยากจะเข้าถึง ภายในค่ายผู้ลี้ภัยก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้อพยพเองก็อยู่ไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ย้ายจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่ง เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น เราจึงต่อทำงานแข่งกับเวลา

น้องอนามุลได้ถูกนำส่งคลีนิกในพื้นที่ ซึ่งเขาจะได้รับการบำบัด ดูแล เฝ้าระวัง โดยยูนิเซฟกำลังเร่งทำงานเพื่อให้เด็ก ๆ ที่มีภาวะทุพโภชนาการร้ายแรงได้รับการบำบัดช่วยชีวิต

แต่เราต้องมีทรัพยากรที่มากกว่านี้ เพื่อให้เพียงพอต่อการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินนี้ และหากขาดทรัพยากรเหล่านี้ สถานการณ์อาจเลวร้าย ซึ่งนั่นหมายถึงชีวิตของเด็กกว่า 240,000 คน

มาร่วมกันช่วยเหลือเด็ก ๆ ที่มีภาวะทุพโภชนาการเหล่านี้

คงไม่มีคุณแม่ท่านใดที่ทนเห็นลูก ๆ ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ได้ และไม่ควรมีเด็กคนใดที่ต้องเสียชีวิตจากภาวะที่สามารถบำบัดให้หายได้ เงินบริจาคของท่าน สามารถนำไปช่วยซื้ออาหารบำบัดให้แก่พวกเด็ก ๆ ที่มีภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลัน และร้ายแรง ช่วยให้พวกเขาได้มีชีวิตรอด กลับมามีสุขภาพแข็งแรงได้

ยูนิเซฟได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือแก่พวกเขาแล้ว ทั้งจัดหาน้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค วัคซีนคุ้มกันโรค แต่มีเด็ก ๆ ชาวโรฮิงญากว่า 240,000 คน ที่มาถึงประเทศบังกลาเทศ ด้วยทรัพยากรที่จำกัดของเรา เราจึงต้องการความช่วยเหลือของท่าน เพื่อนำความช่วยเหลือไปมอบให้แก่เด็ก ๆ ที่ต้องอาศัยอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเหล่านี้

ท่านสามารถร่วมบริจาคได้ผ้านทางเว็บไซต์







เรื่องโดย: CHARLOTTE GLENNIE
แปลและเรียบเรียงโดย: คงเดช กี่สุขพันธ์



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น