วันเสาร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2561

ยูนิเซฟประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 70 มารู้จักงานของยูนิเซฟกัน


ปี 2561 นี้ยูนิเซฟประเทศไทยก็จะดำเนินงานเพื่อเด็กทุกคนในประเทศไทย และทั่วโลก เป็นปีที่ 70 แล้ว จึงถือเป็นโอกาสดีที่เราจะมาทบทวนกันว่าในช่วง 70 ปีที่ผ่านมานั้น เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับสภาพความเป็นของเด็กๆ ในประเทศไทยบ้าง และการดำเนินงานในประเทศไทยของยูนิเซฟนั้น มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร


ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีที่แล้ว พ.ศ. 2491 ยูนิเซฟเปิดสำนักงานขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพ สุขอนามัยและโภชนาการของเด็ก ซึ่งในการทำงานตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โครงการต่างๆ ของยูนิเซฟ ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นโครงการขจัดโรคริดสีดวงตา ปรสิต และส่งเสริมสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม, โครงการรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรค, การจัดอบรมครูและรณรงค์ให้สังคมเห็นความสำคัญของการศึกษา, โครงการน้ำดื่มสะอาดและสุขาภิบาลในชนบท ต่างก็ได้สร้างความเปลี่ยนแปลง ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ ในประเทศไทยดีขึ้น



ภาพของปีเตอร์ ยูสตินอฟ ทูตสันถวไมตรีของยูนิเซฟ กำลังพูดคุยกับคุณประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้รับมอบรางวัลแมกไซไซ ในปี พ.ศ. 2521 สาขาบริการสาธารณะ ขณะที่กำลังเยี่ยมชมเขตสลัมในกรุงเทพมหานคร


ไม่เพียงแต่โครงการเพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเด็กๆ เท่านั้น ยูนิเซฟ ประเทศไทย ยังมีบทบาทหน้าที่ในการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกด้วย ดังเห็นได้จากการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ ผ่านโครงการต่างๆ รวมเป็นเงินถึง 11 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี พ.ศ. 2548


ภาพของเด็กๆ กำลังเล่นอย่างสนุกสนานในช่วงพักระหว่างเรียนในโรงเรียนที่จังหวัดพังงา ซึ่งได้รับความเสีบหายจากภัยพิบัติสึนามิ โดยยูนิเซฟได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือฟื้นฟู โดยการสนับสนุนน้ำดื่มสะอาด สุขาภิบาล ตลอดไปจนถึงอุปกรณ์กีฬา การจัดสร้างโรงอาหารถาวร เครื่องครัว และทุนการศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเด็กๆ จะได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง


ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยได้พัฒนาดีขึ้นมามาก การทำงานของยูนิเซฟจึงมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป โดยหันมามุ่งเน้นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย และการผลักดันในเชิงนโยบายเพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น การผลักดันให้มีการเติมไอโอดีนในเกลือบริโภคทุกชนิด, การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่, การผลักดันให้มีโครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด, โครงการห้องสมุดเคลื่อนที่, โครงการการเรียนการสอนแบบทวิภาษา เป็นต้น

ทุกวันนี้ภารกิจหลักในประเทศไทยของยูนิเซฟ คือ

  • การแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ
  • การพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบองค์รวม
  • การสนับสนุนให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
  • การปกป้องคุ้มครองเด็กจากความรุนแรง การถูกทำร้าย การถูกละเลยทอดทิ้ง และการถูกแสวงประโยชน์
  • การส่งเสริมสุขภาวะวัยรุ่น และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและวัยรุ่น
  • การส่งเสริมความคุ้มครองทางสังคมสำหรับเด็ก
  • การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในสถานการณ์ฉุกเฉิน


ทุกวันนี้ ยูนิเซฟทำงานรณรงค์เพื่อให้เกิดกฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาด้านสิทธิเด็ก และให้แน่ใจว่ามีการจัดสรรทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณและบุคลากรอย่างเพียงพอ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของยูนิเซฟ ประเทศไทย 50 คน ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับพันธมิตรต่างๆ เพื่อค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการปกป้องคุ้มครองเด็กทุกคนในประเทศไทย รวมทั้งทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจได้ว่า ผลประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศไทย จะถูกส่งไปถึงเด็กที่เปราะบางและขาดโอกาสที่สุดในสังคม

การที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือกัน จะสามารถนำเราไปสู่วันที่เด็กทุกคนในประเทศไทย ได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกัน ในการเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นสุข และสามารถแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการแบ่งแยกเพศ ชาติพันธุ์ ภูมิหลังทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือสถานะทางกฎหมาย


รู้จักกับยูนิเซฟ ประเทศไทยมากขึ้นได้จาก UNICEF Thailand Organization Profile ฉบับภาษาไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น