วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

วิสัยทัศน์เพื่ออนาคต: มุมมองเรื่องสิทธิเด็กในโลกยุคดิจิทัล



ในฐานะพ่อ ความปรารถนาของผมก็ย่อมเหมือนกับพ่อแม่คนอื่นๆ ทั่วโลก นั่นก็คือการได้เห็นลูกของผมได้เติบโตและไปได้ถึงเป้าหมายที่เขาวางไว้ แล้วพวกเด็กๆ จะเติบโตขึ้นอย่างมีควาสุขและปลอดภัยจากอันตรายและโรคร้ายต่างๆ ได้อย่างไร? พวกเขาจะต้องการอากาศบริสุทธิ์ น้ำสะอาด สภาพแวดล้อมที่สวยงาม ครอบครัวที่รักใคร่ปรองดองกัน ได้รับการสนับสนุนจากสังคมหรือประเทศชาติที่เจริญรุ่งเรือง หรือเปล่านั้น ผมเชื่อว่าพวกเขาต้องการทั้งหมด ไม่สิ มากกว่านั้นอีก


ลูกของผมเกิดขึ้นใน "ยุคดิจิทัล" ในยุคที่หลายๆ คนเรียกพวกเขาว่า "ชาวดิจิทัล" พวกเขาเป็นชนรุ่นที่มีความสุขที่สุด เพราะพวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และสะดวกสบาย สามารถมีความสุขในชีวิตได้แบบที่ชนรุ่นก่อนๆ ไม่เคยมี

แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็เริ่มตระหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะเข้าใจถึงสิทธิที่พวกเขามี และพวกเราก็ได้เห็นการปฏิเสธสิทธิเด็กรูปแบบใหม่ในยุคอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในที่แห่งหนใด มีสถานะครอบครัวเป็นอย่างไร เด็กทุกคนควรมีสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา ได้มีส่วนร่วมในครอบครัว ในทางวัฒนธรรมและสังคม อย่างเต็มที่ และมีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงข้อมูล การศึกษา และการแสดงออก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าเราจะมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ดีขึ้น มีการผลิตที่ได้พัฒนาไปมาก แต่ช่องว่างระหว่างผู้คนที่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต กับคนที่ไม่สามารถเข้าถึง ก็ยิ่งขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2559 จำนวนของประชากรอินเทอร์เน็ต หรือ Netizen ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปี เฉพาะในประเทศจีนเพียงอย่างเดียวก็มีมากถึง 171 ล้านคนแล้ว แต่ถึงกระนั้น เด็กจำนวนมากในประเทศจีน และทั่วโลก ก็ยังคงเข้าไม่ถึงข้อมูล ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งตรงนี้เองที่อินเทอร์เน็ต ในฐานะสาธารณสมบัติ สามารถเข้ามาเป็นตัวเชื่อมช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัลนี้ได้

เพื่อเชื่อมโยงผู้คนในพื้นที่ชนบทในประเทศจีน พ.ศ. 2558 เราได้เริ่มโครงการอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ที่เรียกว่า WeCountry และในสองปีถัดมา แม้ว่าจะยังคงมีปัญหาต่างๆ ให้แก้ไข แต่พวกเราก็ยินดีมากที่ได้ทราบว่าโครงการดังกล่าวได้สอนให้พวกเด็กๆ ที่ไม่เคยใช้อินเทอร์เน็ตมาก่อนให้ใช้เป็น และให้เด็กๆ ที่ด้อยโอกาสได้เข้าถึงข้อมูลและโอกาสในการเรียนรู้

ทว่าการดำเนินการเรื่องสิทธิเด็กในยุคดิจิทัลนั้นไม่ได้มีเพียงแค่การลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัล บริษัทเทนเซ็นต์ ในฐานะของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตครบวงจรรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศจีน มีความรับผิดชอบที่ใหญ่พอสมควร ทั้งนี้เพราะมีเด็กๆ จำนวนนับล้านๆ คนที่กำลังใช้ผลิตภัณฑ์ของเราในการสื่อสาร เรียนรู้ และใช้เพื่อความบันเทิงในแต่ละวัน พวกเด็กๆ และพ่อแม่ของเขาจึงจำเป็นต้องเข้าใจว่าภายใต้โอกาสเหล่านี้ยังคงมีความเสี่ยงแอบแฝงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ข้อมูลหลอกลวง เนื้อหาออนไลน์ที่มีความรุนแรงหรือลามกอนาจาร ทำให้พวกเด็กๆ ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเป็นอันตราย การรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว เช่น รูปภาพหรือข้อมูลตัวตนของพวกเด็กๆ อาจถูกนำไปใช้เพื่อแสวงประโยชน์จากพวกเขา และนำไปสู่ผลร้ายแรงที่ตามมา ความรุนแรงและการกลั่นแกล้งกันบนโลกไซเบอร์ ตอนนี้กลายมาเป็นปัญหาในระดับโลก และการหลอกลวงกันบนโลกอินเทอร์เน็ต องค์กรอาชญากรรมและการค้าเด็ก เปลี่ยนจากเงามืดที่แฝงอยู่บนโลกออนไลน์ มาเป็นความเลวร้ายบนโลกออฟไลน์

ซึ่งในฐานะพ่อ ผมรู้สึกเป็นห่วงอย่างมากต่อความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ที่พวกเด็กๆ ต้องเผชิญในทุกวัน และในฐาะผู้ประกอบการ ผมก็ตระหนักเป็นอย่างดีถึงหน้าที่ความรับผิดชอบที่ผมแบกรับเอาไว้

บริษัทเทนเซ็นต์ มีหน้าที่ในการปกป้องความปลอดภัยของเด็กทุกคนบนโลกออนไลน์ และด้วยเหตุนี้ เทนเซ็นต์จึงได้นำเรื่องการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ไปใช้ในทุกๆ แง่มุมของการดำเนินธุรกิจของเรา ยกตัวอย่างเช่น ในเดือนพฤษจิกายน พ.ศ. 2559 บริษัทได้เปิดตัวโครงการ "เทนเซ็นต์เพื่อเด็กๆ - การคุ้มครองสิทธิเด็กในโลกดิจิทัล" และประกาศความร่วมมือในการโครงการคุ้มครองเด็กออนไลน์ร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ซึ่งความร่วมมือนี้จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ รวมถึงความรุนแรงบนโลกไซเบอร์ การกลั่นแกล้งกันบนโลกออนไลน์ การที่เด็กอาจได้พบเห็นเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและเกมออนไลน์ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างสมดุลของความเข้าใจในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของพวกเด็กๆ เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลักดันเชิงนโยบาย การสร้างความตระหนักรู้สาธารณะ และเสริมสร้างความร่วมมือกันในภาคอุตสาหกรรม โดยโครงการนี้จะช่วยผลักดันประเด็นเรื่องการคุ้มครองเด็กบนโลกออนไลน์ไปยังทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ, อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology - ICT), ภาคการศึกษา และองค์กรภาคประชาสังคม เพื่อวิเคราะห์ถึงผลกระทบเชิงบวกของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อพวกเด็กๆ

ยุคอินเทอร์เน็ตนั้นมีลักษณะที่ เทคโนโลยีและการมีปฏิสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนวัตกรรมและรวดเร็ว ซึ่งมีศักยภาพในการขยายทั้งประสบการณ์และพัฒนาการของพวกเด็กๆ มันเป็นเรื่องง่ายที่จะจินตนาการว่าเทคโนโลยีอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence - AI), ความจริงเสมือน (Augmented Reality - AR), การลำดับยีน รวมถึงเทคโนโลยีโครงข่ายประสาทเทียม จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเด็กๆ ได้อย่างไร

ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็ต้องการความใส่ใจจากพวกเรา ในแง่ของความเสี่ยงที่อาจมีขึ้น เช่น ข้อถกเถียงที่ยังคงมีเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของอคติหรือการเลือกปฏิบัติอันเกิดจากอัลกอริธึ่มของปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งยังขาดความแน่ชัดว่าอัลกอริธี่มต่างๆ จะนำอคติด้านเพศหรือชาติพันธุ์ไปสู่กระบวนการตัดสินใจหรือไม่

ในฐานะแรงขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี อุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจึงมีหน้าที่ที่จะต้องคำนึงถึงสิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็กในทุกๆ เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต่างๆ ผ่านการผลักดันกฎหมายและนโยบาย, ส่งเสริมความตระหนักรู้สาธารณะและพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนความริเริ่มเพื่อปกป้องคุ้มครองเด็กออนไลน์ในระดับโลก

การปกป้องคุ้มครองเด็กทุกคนจากภัยอันตรายบนโลกออนไลน์ทุกชนิด เป็นความใฝ่ฝันที่พวกเรามีร่วมกัน เด็กแต่ละคนจำเป็นต้องได้รับการแนะนำอย่างเหมาะสมและใจเย็นจากพ่อแม่ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาสามารถเกิดความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับโลกรอบตัวของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโลกแห่งความจริงหรือโลกเสมือน เพื่อที่พวกเขาจะได้สำรวจโลกกว้างต่อไป และเติบโตอย่างแข็งแรง มีความสุข และพึ่งพาตนเองได้

มีคำกล่าวของจีนกล่าวเอาไว้ว่า "ดูแลลูกหลานของตนเองก่อน แล้วจึงเข้าไปช่วยดูแลลูกหลานของคนอื่นๆ อย่างเดียวกัน" การปกป้องคุ้มครองเด็กจึงควรเป็นเรื่องของทุกอุตสาหกรรม ทุกองค์กร และทุกๆ ประเทศ เราต้องร่วมมือกันในทุกภาคส่วนจึงจะสามารถปกป้องคุ้มครองเด็กเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ มาร่วมมือกันเพื่อลูกหลานของเราในรุ่นถัดๆ ไป


เกี่ยวกับผู้เขียน
โพนี่ หม่า เป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทนเซ็นต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทอินเทอร์เน็ตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ, ประธานบอร์ด และประธานกรรมการบริหาร ของบริษัท โพนี่ หม่า ดูแลในด้านพัฒนากลยุทธ์ ทิศทางในภาพรวม และการบริหารจัดการบริษัทเทนเซ็นต์ เขาจบปริญญาตรีด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเสินเจิ้นในปี พ.ศ. 2536

เรียบเรียงจากต้นฉบับ: A Vision for the Future: Reflections on children’s rights in the digital age

1 ความคิดเห็น: