วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการส่งเสริมสิทธิเด็ก

© UNICEF/UN0161380/Thuentap

"ปีนี้ บริษัทจะทำโครงการ CSR อะไรดี"
"ผมเสนอโครงการทาสีห้องเรียน และบริจาคหนังสือ ครับ"
"ดีๆ เราจะได้สนับสนุนเด็กๆ"

เชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายท่านที่อยู่ในวัยทำงานแล้ว อาจจะเคยได้มีบทสนทนาที่คล้ายๆ กันแบบนี้มาบ้างแล้ว ในกระบวนการดำเนินกิจกรรมด้านการมีส่วนร่วมต่อสังคมของบริษัท หรือที่หลายๆ ท่านอาจจะเคยได้ยินในชื่อ CSR (Corporate Social Responsibility) ส่วนใหญ่แล้วกิจกรรม CSR อาจจะมาในรูปของการบริจาค หรือการทำกิจกรรม ซึ่งมักจะไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโดยตรงของบริษัท (CSR-after process) แล้ว ภาคธุรกิจยังสามารถทำ CSR ผ่านการให้การสนับสนุนให้เด็กได้เติบโตและมีพัฒนาการอย่างมีคุณภาพ โดยผ่านกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัทโดยตรง (CSR-in process) ได้อีกด้วยนะ

หากยังนึกไม่ออกว่า แล้วบริษัทจะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเพื่อการเติบโตและพัฒนาการอย่างมีคุณภาพของเด็กๆ ได้อย่างไร แล้วมันจะไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัทได้ยังไงกันล่ะ? ผมอยากจะนำเสนอแนวทางที่เรียกว่า หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ (The Children's Rights and Business Principles หรือ CRBP)

รูปที่ 1: หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ 10 ด้าน
หลายๆ ท่านอาจจะนึกไม่ถึงว่าในการดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้น มีผลกระทบทั้งเชิงบวกและลบต่อสิทธิเด็ก ไม่ว่าจะโดยตรงจากการดำเนินธุรกิจของบริษัทเอง เช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ใช้แรงงานเด็ก หรือทางอ้อมผ่านทางผู้จัดหาวัตถุดิบ (Supplier) คู่ค้าอื่นๆ หรือแม้แต่ตัวลูกจ้างทั้งของบริษัทและบริษัทคู่ค้า เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ใช้บริการจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ใช้แรงงานเด็ก เป็นต้น

ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child หรือ CRC) ซึ่งเป็นสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนฉบับที่ประเทศต่างๆ เข้าร่วมเป็นภาคีกันอย่างรวดเร็วและมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ได้พูดถึงสิทธิพื้นฐานของเด็ก 4 ด้าน คือ สิทธิในการมีชีวิตรอด สิทธิในการได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สิทธิในการได้รับการคุ้มครองจากการถูกละเมิดและแสวงประโยชน์โดยมิชอบ และสิทธิในการมีส่วนร่วมอย่างเต็มทั้ง ทั้งในครอบครัว สังคม และวัฒนธรรม

หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจนั้นอยู่บนพื้นฐานของมาตรฐานสากล ตามที่กำหนดไว้โดยหลักปฏิบัติด้านธุรกิจและสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ หรือ UNGP (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights) ซึ่งประกอบไปด้วยหลักการ 10 ข้อ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือ เด็กเป็นเรื่องของทุกคน: คู่มือ 2.0

การผนวกเรื่องสิทธิเด็กเข้าไปในกระบวนการหลักทางธุรกิจนั้น ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ

  • การให้คำมั่นเชิงนโยบาย โดยระบุถึงความรับผิดชอบในการเคารพและสนับสนุนสิทธิเด็กเข้าไปในนโยบายของบริษัท
  • ทำการประเมินผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิเด็กที่อาจจะเกิดขึ้นจากกิจการของบริษัทโดยตรง หรือโดยอ้อมจากคู่ค้า เพื่อทำความเข้าใจกับผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิเด็กจากธุรกิจของตน
  • การบูรณาการและปฏิบัติการเพื่อแก้ไขผลกระทบและความเสี่ยงด้านสิทธิเด็ก หรือพิจารณาร่วมมือกับคู่ค้าหรือฝ่ายต่างๆ เพื่อส่งเสริมสิทธิเด็ก
  • ติดตามและรายงานผลการดำเนินการ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดทราบถึงผลงาน ปัญหา และข้อท้าทายที่พบ รวมถึงแผนงาน เป้าหมาย และพันธกิจสำหรับอนาคต เพื่อสนับสนุนสิทธิเด็ก
  • การแก้ไขเยียวยาหากพบว่าตนเองอาจได้สร้าง หรือมีส่วนในการสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสิทธิเด็ก โดยผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงการให้มีกลไกรับร้องทุกข์ในระดับปฏิบัติการ

ผมจึงอยากให้ภาคธุรกิจได้ตระหนักถึงบทบาทที่สำคัญในการส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิเด็ก ซึ่งไม่เพียงแต่เพราะว่าการดำเนินกิจการนั้นมีความเกี่ยวพันกับพวกเด็กๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมเท่านั้น หากแต่เพราะว่าธุรกิจเองมีความสามารถในการส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิเด็กได้ ทั้งผ่านการดำเนินกิจกรรมโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและจัดจำหน่ายสินค้าหรือบริการที่ไม่ละเมิดสิทธิเด็ก การร่วมกับคู่ค้าในการกำหนดนโยบายหรือมาตรฐานการดำเนินงานที่เคารพต่อสิทธิเด็ก หรือร่วมผลักดันให้เกิดนโยบายที่ส่งเสริมสิทธิเด็กในภาครัฐ เป็นต้น


ผู้เขียน

  • อมรชัย แจวเจริญพัฒนา Corporate Alliances Specialist, ยูนิเซฟ ประเทศไทย
  • คงเดช กี่สุขพันธ์ Communication Specialist (Digital), ยูนิเซฟ ประเทศไทย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น