วันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

เป็นเกย์แล้วไง?


จากคลิปสั้นๆ ประมาณ นาทีกว่าๆ ที่ถามว่า “คนทั่วไปรู้สึกยังไงกับคำว่าเกย์” ในคลิปนี่เป็นแค่ส่วนๆ นึงนะของความเห็นของคนที่รายการไปสัมภาษณ์มา ต้องขอขอบคุณ รายการ Take Guy Out Thailand Season 2 ที่ได้จัดทำขึ้นมา ขอบอกเลยว่าไม่รู้หรอกว่าวัตถุประสงค์ ในการทำคลิปนี้คืออะไร แต่ในฐานะคนดู ดูอยู่สองสามรอบ ดูแล้ว อืม! คือมันดีงามนะ ดีงามไงหรือ? ลองมาดูกัน เรามาดูความเห็นของคนที่เขาไปสัมภาษณ์มานะ




หญิง
ชาย
ไม่เหลืออะไรให้กิน
ชายฉะกัน
มาหาเจ้ เจ้ซ่อมได้
นี่คือเกย์ตัวอย่าง
มันแปลกอะลูกมันไม่เหมือนยุคสมัยป้า
มันเป็นความสุขของเขาที่เราไม่สามารถจะห้ามได้
สาววาย
ก็ธรรมดานะ
เอ็นดู
มันไม่ใช่สำหรับผม
ขี้คล่อง
ก็คนป่ะ
ก็คือผู้ชายสายเนี๊ยบค่ะ
เพื่อนร่วมโลก
น่ารัก
เฉยๆ
เสียวตูดค่ะ
ถ้าเป็นคนดีก็เป็นเพื่อนกันได้ไม่เป็นปัญหา
ผู้ชายได้กัน
เพื่อนผม
งงในงง
ทำเพื่อ...เกย์ก็เกย์ไม่รู้สึกอะไร
ก็รู้สึกว่าเป็นของธรรมชาติ
บีบตูด
หล่อกว่าผู้ชายค่ะ
ไก่ตีตูด
ก็ชอบนะสนุกดี
จุก

ก็ต้องให้รู้สึกอะไรเหรอที่ผ่านมาเป็นร้อยเป็นพันก็เกย์ทั้งนั้น

จากตารางข้างบนที่ได้สรุปไว้ ทั้งฝ่ายสาวและฝ่ายหนุ่ม ฝ่ายสาว 14 คน มีแค่คุณป้าคนเดียวเท่านั้นที่บอกว่าการเป็นเกย์นี่มันเป็นเรื่องแปลก  ซึ่งน่ามาจากการที่ต่างยุคต่างสมัยกัน ซึ่งคิดว่าในสมัยนั้นก็อาจจะมีไม่น้อย แต่ไม่ได้มีการออกสื่อหรือมีบทบาทในสังคมมากเหมือนปัจจุบัน

ในขณะที่ฝ่ายสาวๆ จะมีทัศนคติว่าเกย์เป็นผู้ชายน่าเอ็นดู สายเนี้ยบ สนุก ไม่ได้แบ่งแยกหรือมีทีท่ารังเกียจ หรืออาจเป็นเพราะทางกองผลิตคลิปตัดในส่วนที่เป็นคำตอบที่เป็นทางลบหรือเปล่าหรือเปล่า ก็ไม่รู้สินะ แต่เอาเป็นว่า สาวๆ ในคลิป ส่วนใหญ่ ก็ยอมรับกันว่า เกย์ก็เป็นผู้ชายอีกสายหนึ่งที่มีความเนี้ยบ ความสะอาด ความน่าเอ็นดู ธรรมชาติ ไม่ได้เป็นพิษภัย ซึ่งก็จริงนะ เพราะได้เคยเห็นคนที่รู้จักที่ไม่ใช่เป็นเกย์ แมนแมนเต็มตัว พออายุ 35 อัพ อู้หู! พุงกองเป็นงูหลามกินหมูทั้งตัว หน้าตานี้บวมเบียร์ ผิวหน้าเป็นดวงจันทร์ ... แต่ก็ไม่ใช่จะเป็นแบบนี้ทั้งหมดนะ ผู้ชายแมนๆ ไม่เกย์ก็มีหล่อเนี้ยบเยอะแยะ แต่จากที่เห็นมา พวกเนี้ยบๆ นี่แหละ มันก็มี แอ๊บแมนเยอะอยู่เหมือนกัน อะจึ๋ย! แต่เป็นก็เป็นดิไม่เห็นเป็นไร เป็นตัวตนของเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเป็นใช้ได้ แต่ะว่าไปสังคมไทยเราบางส่วนก็ยังคงมองเกย์แปลกๆ  แต่มีไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

มาดูความคิดเห็นของฝ่ายหนุ่มๆ กันมั่ง ความเห็นของฝ่ายหนุ่มๆ นี่ถ้าหากไม่หลอกกันนะ หนุ่ม 15 คนนี้โคตรน่ารักที่สุด มีคนเดียวเท่าที่บอกว่าไม่ใช่สำหรับเขา แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้ หรือกูเกลียดเกย์ ไอ้เรารึก็เป็นคนมองโลกโคตรบวกบวก ก็เลยคิดว่า ชายหนุ่มส่วนใหญ่ก็มองว่าเกย์เป็นเพื่อนกันได้ เป็นรสนิยมทางเพศที่เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเพื่อนร่วมโลกกันได้ มันเป็นความสุขเฉพาะทางที่ต่างคนต่างอยู่ได้ โดยไม่ทำร้ายกันและกัน ไม่รู้สึกอะไร อยู่กันได้อย่างสันติ แต่ถ้าไปเผลอจู่โจมกับแมนแมนที่ไม่ชอบสายนี้จริงๆ ก็อาจเจอกำปั้นก็ได้นะ เคยเห็นละ แต่ก็ไม่แน่ เคยเห็นเหมือนกันที่มาลองกับเกย์ได้ในบางครั้งก็มี เราไม่ถือไม่ว่ากันอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้มันมีประสบการณ์ที่น่าลองเยอะแยะไปเนอะ เป็นเรื่องของเสรีภาพในการเป็นอยู่...

สำหรับมุมมองของผู้เขียน คิดว่าในยุคสมัยนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย ถ้าเปรียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เราน่าจะเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับเกย์ เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดสำหรับเกย์จากทุกหนแห่ง สวรรค์อยู่ที่นี่เองสามารถมองหาได้เลยว่าในนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย กลุ่มเกย์มีมามากมายจริงๆ จากทุกมุมโลก เพราะเขาสามารถทำอะไรได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเกรงกลัวการตีตราหรือกฏหมายในบางประเทศที่ยังมีการกีดกันการเป็นเพศที่เป็นเพศหลากหลายอยู่

ทีนี้กลับมาถามพวกเรากันเองว่ามีมุมมองอย่างไร ผู้เขียนคิดว่าอันนี้แล้วแต่จริตนะ แล้วแต่ความคิด แล้วแต่การเรียนรู้และเติบโตมา แต่โดยรวมๆ ที่ได้เห็นมา มีเกย์เดินมากมายบนถนน แถมดูท่าทีเห็นจะมีรสนิยมดีดีในการแต่งตัว ในการใช้ชีวิต หนุ่มสาวเจนเนอเรชันนี้ดูเหมือนจะไม่มีค่านิยมในการกีดกันเพศหลากหลายเลยเท่าที่ดู เห็นปะที่ไฮไลท์ไว้สีส้มว่า สาววาย ซึ่งผมคิดว่าเป็นกลุ่มที่ชอบดูผู้ชายจิ้นกัน อ่านนิยายวาย ดูหนังวาย ผมว่ามันดีนะ โลกแบบนี้เป็นยุคที่มีอิสระทางความคิด ที่เราเป็นตัวเราเองที่ไม่ต้องปกปิดอะไรอีกแล้ว อยากจิ้นก็มีคนเชียร์ จิ้นก็จิ้นไปไม่เห็นมีอะไร แถม เผลอๆ มีอิมแพคในการเปลี่ยนโลกใบนี้ให้มีความหลากหลายน่าอยู่ขึ้นอีก

ที่จะห่วงก็แต่พ่อแม่ Gen X ในบางครอบครัวหรือสังคมนี่แหละที่อาจไม่ยอมรับในเรื่องนี้  เคยเจอมาแล้วตอนไปอบรม และมีคนสารภาพว่า เขาต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวด้วยการออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 16 ปีหลังจากที่เขาสารภาพกับพ่อแม่ว่าเขารักเพศเดียวกัน หลังจากนั้นเขาต้องระเห็จออกจากบ้าน มาผจญภัยเลี้ยงตนเองจนเรียนจบ และทำงานมาถึงปัจจุบันนี้ เพราะพ่อแม่ที่เป็น Gen X หรือ Baby Boom ยังมีความไม่ยอมรับอยู่และรับในเรื่องแบบนี้ไม่ได้ในสังคมหมู่บ้านเขา เห็นไหมว่าสังคม ยุคสมัยมันบีบบังคับมากๆ ถ้าเปรียบกับสมัยนี้

เป็นเกย์แล้วไง? 

อยากบอกว่า ในยุคนี้ เป็นยุคแห่งเสรีภาพ อย่ามานั่งตีตราและขีดกรอบให้เกย์ที่น่ารักอย่างที่เราได้เห็นทุกวันนี้ต้องอยู่กันอย่างหลบๆ ซ่อนๆ เหมือนประเทศอื่นเลย ลืมตากว้างๆ กวาดตามองไปรอบๆ สิ แล้วจะเห็นว่า พวกเขาอยู่กันทุกหนแห่ง พวกเขามีความเก่งและมีความสามารถ ทำให้โลกมีเสียงหัวเราะ น่าอยู่มีสีสัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีลูกชายเป็นเกย์ ลองดูลึกๆ ที่ทางการแพทย์ก็มีการรายงานว่าการเกิดมาเป็นเกย์ อาจมีความสัมพันธ์กับปัจจัยทางชีวภาพและยีน พวกเขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นเกย์แต่มันเกิดมาเป็นแบบนี้เอง เขาเป็นลูกของคุณแล้ว การทำความเข้าใจยอมรับเป็นสิ่งที่ควรเรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันและพัฒนาเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีค่า เขาคงทำประโยชน์ต่างๆ ได้อีกมากมายเพราะดูเหมือนสวรรค์จะให้พรสวรรค์ในการมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เก่งอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยแต่ก็อาจจะไม่ทุกคน คนที่เป็นเกย์ร้ายๆก็มี ขึ้นกับการเติบโตมา แต่อันนี้เราจะมาขอพูดในตอนต่อไปดีกว่า ตอนแรกนี้เรามาดูว่าเกย์ในสังคมเราถูกมองอย่างไร ในสังคมตอนนี้ในบทความนี้กันนะ

คุณเห็นปะ มีไฮไลท์อีกอันที่ว่า “มาหาเจ้ เจ้ซ่อมได้” เดี๋ยวคราวหน้า จะมาคุยเรื่องนี้ว่ามันซ่อมได้จริงหรือ... เป็นเกย์แล้วซ่อมได้ด้วยหรือ สงสัยถือคติพี่เบิร์ดว่า ซ่อมได้ อะไรอะไรก็ซ่อมได้ รอนิดนึง... แล้วเจอกันใหม่...

เกี่ยวกับผู้แต่ง
พรชัย ศรีสุนทรไท จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจบปริญญาโท MBA จากสหรัฐอเมริกา มีประสบการณ์ทำงานกับ NGO เกี่ยวกับ HIV และทำงานรณรงค์ผ่านแชทรูมในโครงการ Lovecare Station ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการมูลนิธิแพธทูเฮลท์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น