วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2561

7 ปี

© UNICEF/Syria/2017/Al-Issa 
เด็กชายวัย 15 คนนี้ ต้องขาดการเรียนไปนานถึงหนึ่งปี เมื่อความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นภายในหมู่บ้านของเขาในประเทศซีเรีย
สงครามกลางเมือง
การปิดล้อมโจมตี
การทิ้งระเบิด
จำนวนผู้เสียชีวิต
ผู้อพยพ

ฉันเคยได้ยินคำเหล่านี้ในวิชาประวัติศาสตร์ เป็นแนวคิดเชิงนามธรรมที่ฉันไม่เคยใส่ใจมาก่อน แต่เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่ฉันอายุสิบเอ็ดปี คำเหล่านี้กลับกลายมาเป็นชีวิตจริงของฉัน


พ.ศ. 2554

ฉันกำลังนั่งเรียนวิชาภาษาอังกฤษอยู่ ตอนที่ครูใหญ่จู่ๆ ก็เข้ามาในห้องเรียน เขาบอกกับฉันว่าวันนี้ฉันจะไม่ต้องกลับไปที่บ้านของฉัน แต่ไปที่บ้านของคุณลุงของฉันแทน เพราะมันปลอดภัยกว่า ตอนนั้นฉันไม่เข้าใจซักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั่วโมง ครูใหญ่ก็กลับมาหาฉันอีกครั้งแล้วบอกกับฉันว่าเกิดระเบิดแถวๆ บ้านของคุณลุงของฉัน ดังนั้นก็ให้ฉันกลับบ้านของฉันไปนั่นแหละดีแล้ว

ฉันยังจำตอนที่นั่งรถบัสกลับบ้านวันนั้นได้ดี ท้องถนนว่างเปล่า มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวคอยชะโงกออกมามองนอกหน้าต่าง เสียงปืนดังแว่วมา สลับกับเสียงตะโกนที่ดังมาแต่ไกล

พอรถเข้าใกล้บ้านของฉัน คนขับรถก็ตะโกนออกมาว่า "เตรียมตัวให้พร้อมนะหนู!" แล้วเขาก็เร่งเครื่องและเหยียบเบรกหยุดรถอย่างกะทันหันพร้อมกับเปิดประตู จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงพ่อแม่ตะโกนว่า "วิ่ง วิ่ง วิ่ง!" ทันใดนั้นฉันก็วิ่งเข้าไปในบ้าน ท่ามกลางเสียงปืนไรเฟิลดังรอบตัวของฉัน

แม้ว่าจะมาถึงที่บ้านแล้ว ฉันก็ยังคงไม่ตระหนักถึงความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น แต่ในเย็นวันนั้นเองที่ฉันได้ข่าวว่าโรงเรียนต่างๆ ต้องปิดตัวลงจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ตอนนั้นแหละ ฉันถึงได้รู้ตัวว่า เราอยู่ในภาวะสงครามแล้ว

สิ่งที่ตามมาคือ ช่วงเวลาอันยาวนานโดยที่ปราศจากไฟฟ้า อาหาร หรือแม้แต่โทรศัพท์ ฉันรู้สึกเป็นห่วงพี่ๆ ของฉันที่อาศัยอยู่ในคนละพื้นที่ของประเทศ

ทันทีที่พวกเราสามารถออกจากเมืองได้ พวกเราก็มุ่งหน้าไปชนบททันที โดยหลังว่าที่นั่นจะปลอดภัยกว่า และเมื่อมาถึงที่บ้านหลังใหม่ พวกเราก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับพี่น้องของฉันอีกครั้ง


พ.ศ. 2555

โชคยังดีที่โรงเรียนต่างๆ กลับมาเปิดได้อีกครั้ง แต่พวกเราก็ยังไม่สามารถเดินทางกลับไปที่บ้านได้ ดังนั้น เพื่อที่จะเรียนต่อ ฉันเลยต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนในชนบท ตลอดทั้งภาคเรียน พ่อของฉันต้องขับรถไปส่งฉันที่โรงเรียน ผ่านจุดตรวจของทหารหลายแห่ง และต้องหลบกระสุนอีกด้วย

เมื่อใกล้จบภาคเรียน สถานการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆ และความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้พวกเราต้องหนีไปอาศัยอยู่กับญาติๆ ที่กรุงดามัสกัส 1

ตอนที่ฉันหาที่เรียนได้ในโรงเรียนของรัฐแถวบ้าน ภาคเรียนที่สองก็เริ่มขึ้นแล้ว หนังสือที่พวกเราใช้เป็นคนละเล่มกัน ฉันต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนเพื่อเตรียมสอบปลายภาค การอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ และการเรียนให้ทันในส่วนที่ฉันขาดไป

แต่ฉันก็ตัดสินใจที่จะพยายามอย่างเต็มที่ ฉันมุเรียนอย่างหนัก ทั้งวันทั้งคืน และสุดท้ายฉันก็สอบผ่าน


© UNICEF/Syria/2017/Abdulaziz
สภาพห้องเรียนในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในชนบทของกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรียบอบช้ำจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พ.ศ. 2556

การยิงกันในกรุงดามัสกัสทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน สถานการณ์นับวันมีแต่จะแย่ลง ท้ายที่สุด พวกเราก็ตัดสินใจมุ่งหน้ากลับบ้าน

สถานการณ์ในเมืองของฉันเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นเป็นครั้งแรก พวกเรายังคงระมัดระวังตัวกันอยู่ แต่พวกเราก็ชินเสียแล้วกับสถานการณ์แย่ๆ คือ พวกเราเห็นมันบ่อยครั้งมากจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวันของเราไปเสียแล้ว พวกเราพยายามที่จะใช้ชีวิตต่อไป ฉันเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่เพื่อเรียนต่อ

พ.ศ. 2557

เกิดเหตุระเบิดขึ้นในละแวกบ้านของพวกเรา ทั้งศพคนตายและผู้บาดเจ็บกลาดเกลื่อนโดยรอบ สภาเสี้ยววงเดือนแดงประจำชาติ 2 ก็เข้ามารับพวกเขาไป พวกเราเห็นเหตุการณ์แบบนี้หลายต่อหลายครั้ง จนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว พวกเราก็สูญเสียคนที่รักไปในปีนั้นเอง

การทิ้งระเบิดเริ่มรุนแรงขึ้น เมื่อเกิดระเบิดขึ้น ผู้คนก็จะรีบวิ่งไปที่เกิดเหตุเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แล้วจากนั้นระเบิดลูกที่สองก็จะตามมา จำนวนผู้เสียชีวิตก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน

ณ จุดนั้นเองที่พี่สาวของฉันตัดสินใจย้ายไปอีกเมือง ส่วนพี่ชายก็ออกจากประเทศไป ด้วยหวังว่าจะหางานและชีวิตที่ดีกว่านี้

พ.ศ. 2558

ตอนนี้ครอบครัวของฉันต่างก็กระจัดกระจายอยู่รอบโลก มีเพียงไม่กี่คนที่ยังคงอาศัยอยู่ในประเทศซีเรีย และคนที่ยังอยู่ก็พยายามทำตัวให้มีสติ มีสุขภาพจิตที่ดี

ครั้งหนึ่งพวกเราเคยมองโลกในแง่ดีว่าเรื่องมันใกล้จะจบลงแล้ว แต่หลังจากนั้นการลักพาตัวและการข่มขืนก็เริ่มต้นขึ้น มันคือผลพวงที่มาจากสงคราม

วันหนึ่งในเดือนตุลาคม ขณะที่แสงแดดยังเจิดจ้า เพื่อนรักของฉันคนนึงถูกลักพาตัวไปจากละแวกบ้านของเขาขณะที่กำลังขับรถอยู่ พวกเรารู้เลยว่าพวกที่ลักพาตัวเขาไปต้องการเงิน ครอบครัวของเขาจ่ายเงินค่าไถ่ และแม่ของเขาก็ปฏิญาณตัวว่าจะไม่ออกจากบ้านจนกว่าลูกชายของเธอจะได้กลับถึงบ้าน แต่เขาไม่เคยได้กลับมาอีกเลย



© UNICEF/Syria/2018/Khabieh
รถยนต์ของสภาเสี้ยววงเดือนแดงกำลังแล่นผ่านซากปรักหักพังของอาคารในเมืองโดมา ทางตะวันออกของเขตโกตา ประเทศซีเรีย

พ.ศ. 2559

พวกเราเริ่มใช้ชีวิตในแต่ละวันเหมือนจะเป็นวันสุดท้ายของพวกเรา มันคือหนทางเดียวในการที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า พวกเรารู้ดีว่าเราอาจตายได้ทุกวินาที ความตายมันอยู่วนเวียนเบื้องหน้าเราตลอด


พ.ศ. 2560

ชีวิตตอนนี้เริ่มเป็นอะไรที่พอจะทนได้บ้างแล้ว ญาติแปลกหน้าเริ่มมาเยี่ยมเยียน เมื่อก่อนพวกเราจะคุยกันเรื่องร้านอาหารที่พวกเราจะไปทานหรือสถานที่ที่จะไปเที่ยวกัน แต่ตอนนี้พวกเรากลับมาพูดถึงญาติๆ ที่จมน้ำเสียชีวิตระหว่างที่พยายามอพยพลี้ภัยไปอยู่ประเทศอื่น

แต่ว่าแม้บางครั้งอะไรๆ มันก็ยากลำบาก แต่พวกเราก็พอที่จะหัวเราะได้เป็นครั้งคราว เลือดจากบาดแผลในจิตวิญญาณที่บอบช้ำของเราหยุดไหลแล้ว แต่แผลเป็นขนาดใหญ่กลับเข้ามาแทนที่


พ.ศ. 2561

วันนี้ ตอนนี้

ฉันกำลังเขียนบทความตอนนี้อยู่ เพื่อเก็บความทรงจำตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ที่มีทั้งความทุกข์ทรมาน ความรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ความเจ็บปวด ความไม่สะดวกสบาย ความโศกเศร้า และความทุกข์ยาก

ฉันไม่ได้เห็นหน้าพี่ชายของฉันมาสี่ปีแล้ว และฉันก็ไม่ได้เห็นหน้าพี่สาวมาแล้วสองปี เพื่อนรักของฉันก็ยังคงหายสาบสูญ ฉันไม่ได้ข่าวของเขาอีกเลย

สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ทำให้ฉันเรียนไม่ทัน และฉันรู้ดีว่าฉันต้องพยายามอย่างมาก และทุกเททุกอย่างเพื่อให้สามารถเรียนได้จบ

โศกนาฏกรรมตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาได้สอนฉันบางอย่างเกี่ยวกับตัวของฉันเอง และเพราะเหตุนี้ แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายอย่างสาหัส สูญเสียผู้คนที่ฉันรัก แต่ฉันก็ยังคงพบความเข้มแข็งที่จะมีชีวิตก้าวต่อไปข้างหน้า

ฉันจะไม่ยอมแพ้ให้กับสถานการณ์รอบๆ ตัวฉัน ฉันจะยังคงไล่ตามความฝันของฉันต่อไป ฉันจะไม่ยอมเป็นเพียงแค่ผู้รอดชีวิต แต่ฉันคือผู้ที่ลิขิตชะตาของฉันเอง


ผู้เขียน: Rawd Dandashi
ปัจจุบัน Rawd Dandashi อายุ 19 ปี และยังคงอาศัยอยู่ในประเทศซีเรีย


คำอธิบายเพิ่มเติม
1. กรุงดามัสกัส คือ เมืองหลวงของประเทศซีเรีย
2. คือหน่วยงานกาชาดที่ปฏิบัติงานในประเทศมุสลิม














ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น